“ความเครียด” เป็นสิ่งที่คนวัยทำงานจะต้องเผชิญอยู่เป็นประจำ การทำงานอย่างหักโหม ความมุ่งมั่น ตั้งใจ ความวิตกกังวลหรือกดดันกับงานมากจนเกินไป รวมไปถึงปัญหาความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดสะสมได้ นอกจากจะทำให้เกิดผลกระทบต่อจิตใจแล้วยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย จนอาจนำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรังได้ในที่สุด
นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงปัญหาความเครียดของคนวัยทำงานว่าที่ผ่านมากรมควบคุมโรคได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพของคนวัยทำงานที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ ซึ่งปัจจุบันพบว่าต้องเผชิญกับปัญหาความเครียดจากการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆและส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ในบางรายที่มีความเครียดสูงและเรื้อรังจะทำให้เกิดความปั่นป่วนของฮอร์โมนในร่างกายจนเกิดการเจ็บป่วยตามมา เริ่มตั้งแต่เจ็บป่วยเล็กน้อยไปจนถึงป่วยหนักเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น ไมเกรน ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง โรคกระเพาะ โรคภูมิแพ้ และอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์กับคนรอบตัว รวมถึงประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง
สำหรับสาเหตุของความเครียดในที่ทำงาน ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยทางบุคคล องค์กร และสภาพแวดล้อม เช่น ปริมาณงานที่มาก ช่วงระยะเวลาการทำงานนาน ความสัมพันธ์ในองค์กรไม่ดี มีระเบียบมากไป ความคาดหวังในความมั่นคงและความก้าวหน้าในการทำงาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังเกิดได้จากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น อยู่ในที่ที่มีการระบายอากาศไม่เหมาะสม สภาพการทำงาน/โต๊ะทำงานที่ไม่เหมาะสม มีเสียงรบกวน และแสงสว่างไม่เพียงพอ ก็เป็นสาเหตุให้เกิดความเครียดได้เช่นกัน
นายแพทย์อัษฎางค์ กล่าวต่ออีกว่า การทำงานร่วมกับคนหมู่มากนั้นเป็นเรื่องปกติที่มักจะเจอปัญหาอยู่บ่อยๆ ซึ่งก็อาจจะเกิดจากเนื้องาน ความไม่เข้าใจ หรือความผิดพลาดต่างๆ จึงอยากจะขอแนะนำวิธีการป้องกันความเครียดที่เกิดจากที่ทำงาน ดังนี้ 1.ค้นหาปัญหา โดยการประชุมกลุ่มในที่ทำงาน อาจจะเป็นกลุ่มเล็กๆ ก่อน ซึ่งจะทำให้ทราบปัญหาที่เกิดขึ้นได้ การทำแบบสอบถามงานที่ก่อให้เกิดความเครียด การสำรวจวันลา/หยุดงาน ความเจ็บป่วยและการเปลี่ยนงาน พร้อมวิเคราะห์สภาพปัญหานั้นๆ 2.วางแผนและแก้ไข เมื่อทราบปัญหาเราก็จะทราบแนวทางแก้ไข พร้อมแจ้งให้พนักงานทราบแนวทางรวมถึงผลที่จะได้รับ และ 3.การประเมินผลหลังจากปฏิบัติตามแผนแล้ว
นอกจากวิธีในการป้องกันความเครียดแล้ว ขอแนะนำ 5 วิธีคลายเครียดในที่ทำงาน โดยเริ่มจากความกล้าเผชิญหน้ากับความเครียดจากงานในองค์กรและจากเพื่อนร่วมงาน ดังนี้ 1.การทำงานเป็นกะหรือลดวันทำงานในสัปดาห์ (ลดวันทำงานใน 1 สัปดาห์ แต่ชั่วโมงการทำงานรวมเท่าเดิม) 2.ปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะสม 3.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน มีการพูดคุย จัดกิจกรรมต่างๆ ที่สานสัมพันธ์คนในองค์กร 4.ระหว่างครอบครัวกับที่ทำงานต้องมีความสมดุล วางแผนแบ่งเวลา ปรับวันหยุดให้ตรงกัน และ 5.จัดอบรมหรือสัมมนา เพิ่มความรู้และศักยภาพคนทำงาน เปิดโอกาสให้บุคลากรถามข้อมูลสงสัยหรือตอบกลับองค์กรได้
“การทำงานจำเป็นต้องรู้จักตนเองและเพื่อนร่วมงาน รู้จักจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง วิธีลดความเครียด คิดก่อนทำ สร้างความสมดุลระหว่างงานกับการผักผ่อนและเปิดเผยตัวเอง เอาใจใส่ต่อเพื่อนร่วมงาน ซึ่งการทำงานที่ไม่เครียดส่งผลให้งานเกิดประสิทธิภาพ เกิดผลที่ดีทั้งต่อตนเองและองค์กร มีสุขภาพที่ดีไม่เสี่ยงการเกิดโรคแทรกซ้อน องค์กรได้งานที่มีคุณภาพ บุคลากรรักองค์กร และครอบครัวมีเวลาให้แก่กัน ส่งผลทางบวกในเชิงเศรษฐกิจด้วย”
สุดท้ายเมื่อมองลึกลงไปเราจะเห็นได้ว่าความเครียดนั้นเป็นภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวเรา แต่มันก็สามารถย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเองได้อย่างไม่คาดคิด การทำงานไม่ว่าจะงานอะไรก็ตามนอกจากภาระหน้าที่ของตัวเองแล้วก็อย่าลืมหันมาดูแลและใส่ใจสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีด้วยเช่นกัน นายแพทย์อัษฎางค์ กล่าวปิดท้าย

