กรมควบคุมโรค ห่วงผู้ใหญ่ป่วยไข้เลือดออก ปัจจุบันพบยอดสูงขึ้น ย้ำ!! อย่าซื้อยากินเอง เสี่ยงเลือดออกในกระเพาะอาหาร อันตรายถึงเสียชีวิต

18.05.18 | 10:32 น.

กรมควบคุมโรคเผย!ยอดผู้ป่วยไข้เลือดออกทั่วประเทศปี 61 แค่ 5 เดือนแรก ยอดผู้ป่วยพุ่งหมื่นราย ตายแล้ว 15 ชี้..น่าห่วงปัจจุบันพบผู้ใหญ่ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มมากขึ้น เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหวัดธรรมดา ย้ำ!! อย่าซื้อยากินเอง เสี่ยงเลือดออกในกระเพาะอาหาร อันตรายถึงเสียชีวิต แนะมีอาการเร่งพบแพทย์

 

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของประเทศไทยในปี 2561 ว่าข้อมูลล่าสุดจากรายงานของสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง ณ วันที่ 16 พ.ค.2561 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้ว 10,446 ราย เสียชีวิต 15 ราย ไข้เลือดออก ยังคงเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขและการแพทย์ของประเทศไทย เนื่องจากแต่ละปียังมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจากทุกภาคของประเทศและพบได้ทั้ง 4 สายพันธุ์ โรคนี้จะมียุงลายเป็นพาหะและมักระบาดมากในฤดูฝนเพราะมียุงลายชุกชุม เมื่อยุงรับเชื้อแล้ว เชื้อจะมีชีวิตในตัวยุงได้ถึง 2 เดือน และนำเชื้อไปสู่คนได้อย่างต่อเนื่องโดยพบว่าร้อยละ 80-90 ของคนที่ได้รับเชื้อจะไม่แสดงอาการแต่มีระดับไวรัสต่ำๆ ในเลือด เมื่อถูกยุงกัดจะแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้

อาการแสดงของโรคไข้เลือดออกที่สังเกตได้ ผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอย อาการไข้จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ค่อยลดลง ปวดศรีษะ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หน้าแดง อาจพบจุดเลือดที่ผิวหนัง เจ็บชายโครงด้านขวา มักจะไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก

สำหรับการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกนั้น ส่วนใหญ่สาเหตุเกิดจากผู้ป่วยมาพบแพทย์ล่าช้า ทำให้การรักษาไม่ทันเวลาและไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องในทันที เนื่องจากอาการของโรคนี้มีความคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดในช่วงแรก การวินิจฉัยโรคจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยมีข้อสังเกตคืออาการของโรคไข้เลือดออก จะไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากการเป็นหวัดที่จะมีน้ำมูกร่วมด้วย เว้นแต่จะเป็นไข้ทั้งสองชนิดในเวลาเดียวกันอาจจะมีอาการทั้งไอและมีน้ำมูกด้วย ดังนั้นหากเป็นไข้สูงเกิน 2 วัน ควรนึกถึงโรคไข้เลือดออกและเฝ้าระวัง โดยเฉพาะหากมีไข้ ปวดเมื่อยมาก ปวดท้องรุนแรงฉับพลัน ไม่ปัสสาวะ นอนไม่ได้ ควรรีบพบแพทย์

Advertisement

นพ.สุวรรณชัยกล่าว และย้ำว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปัจจุบันพบว่ากลุ่มผู้ใหญ่เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกมากขึ้นจากเดิมที่พบมากในเด็ก เนื่องจากผู้ใหญ่เมื่อเจ็บป่วยมักซื้อยากินเอง การกินยาลดไข้บางประเภทสามารถส่งผลกระทบต่อเกล็ดเลือดและทำให้เกิดภาวะเลือดออกได้ นอกจากนี้ผู้ใหญ่ยังมีความเสี่ยงมากกว่าในแง่มีโรคประจำตัว มีประจำเดือน ตั้งครรภ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเสริมที่ส่งผลกระทบต่อการทำให้เกิดเลือดออกได้มากขึ้น ดังนั้นหากสงสัยว่าป่วยเป็นไข้เลือดออกต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาอย่าซื้อยากินเองโดยเฉพาะยาแก้ปวดลดไข้อย่างแรง เช่น ยาไอบูโพรเฟน ซึ่งระคายเคืองกระเพาะอาหาร เสี่ยงเลือดออกในกระเพาะอาหาร อันตรายถึงเสียชีวิตได้

“ขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว เมื่อฝนตก เกิดน้ำขังตามภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายได้ ก็ต้องดูแลตนเองและคนใกล้ชิดระวังอย่าให้ยุงกัด สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันไม่ให้เป็นโรคไข้เลือดออก คือการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายและการกำจัดยุงลายทั้งลูกน้ำและตัวเต็มวัย  ขอแนะนำให้ใช้มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบ เป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้าน โดยทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิดหรือปล่อยปลากินลูกน้ำ ป้องกันยุงลายไปวางไข่ เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422” นพ.สุวรรณชัยกล่าว