นายภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการวิเคราะห์ผลกระทบตลาดดิจิทัลที่มีต่อภาคเกษตรว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศหรือการสื่อสารดิจิทัล มีบทบาทสำคัญมากขึ้น สื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้คนติดต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วและไร้พรมแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านธุรกิจการค้า เพราะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งข้อมูลจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union : ITU) ได้รายงานสถิติเกี่ยวกับสถิติดัชนีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศต่างๆ 176 ประเทศทั่วโลก ประจำปี 2560 พบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 78 ของโลก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอาเซียน พบว่า ประเทศส่วนใหญ่มีระดับการพัฒนาที่ดีขึ้น

จากกระแสความร่วมมือด้าน Smart Digital Hub and Digital Transformation Strategic Partnership ระหว่างไทยกับ Alibaba ทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้วิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจการเกษตรภาพรวม พบว่า ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจของไทย ธุรกิจ SMEs โรงงาน ผู้ผลิต สามารถนำเสนอสินค้าแปลกใหม่ โดยการขายผ่านระบบออนไลน์ได้มากขึ้น ผู้บริโภคจากประเทศไทย สามารถซื้อของได้ถูกลง สินค้าราคาถูกจากจีนจะถูกนำเข้ามา สินค้าราคาถูกจากไทยก็ส่งออกไป เกิดการจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวกับ e-commerce เป็นจำนวนมาก และจะมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น การขนส่งพัสดุ การสร้างคลังสินค้า และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เป็นต้น ทั้งนี้สำหรับการจ้างพนักงานขาย พนักงานบริการ ตามห้างร้านต่างๆ จะมีปริมาณการจ้างงานลดลง ส่วนผู้ประกอบการ พ่อค้าคนกลาง หรือผู้ส่งออก ผู้นำเข้าสินค้า ที่ดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิม จะถูกทดแทนด้วยธุรกิจออนไลน์ พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคจะมีการเปลี่ยนแปลง จึงส่งผลทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ที่ผลิตสินค้าเหมือนกันจาก 2 ประเทศ เกิดการแข่งขันทางด้านต้นทุนและการค้าระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น


ส่วนผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจการเกษตร ถือเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs เกษตรกร และองค์กรเกษตรกร ที่มีความสามารถในการปรับตัวด้านเทคโนโลยีดิจิทัล จะมีโอกาสในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในประเทศไทย จีน และทั่วโลก กรณีสินค้าทุเรียน มีผู้สั่งซื้อ 80,000 ผล ภายในเวลา 1 นาที จึงส่งผลให้ปริมาณการส่งออกทุเรียนของไทยเพิ่มขึ้น เกษตรกรสามารถขายทุเรียนได้ในราคาที่สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการขายภายในประเทศ สามารถทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรรายใหม่ผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ภาครัฐจะต้องมีมาตรการในการควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตร ให้สอดคล้องและตรงกับความต้องการของผู้บริโภคหรือผู้ซื้อนั่นเอง นอกจากนี้ ทุเรียนจะถูกผลิตจากประเทศไทย ส่งออก และมีการขนส่งโดยจีน ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าตามข้อตกลง FTA ของอาเซียน+1 ดังนั้นสำหรับผลไม้ของไทยจึงเป็นโอกาสทองไทย จะสามารถส่งออกได้อย่างสะดวกและรวดเร็วเพิ่มมากขึ้น

