กสก.ส่งเสริมการเกษตพัฒนาคุณภาพการผลิตพืชในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว

23.05.18 | 11:10 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร เผยผลสำเร็จโครงการพัฒนาคุณภาพการผลิตพืชในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว โดยได้ปรับปรุงอาคารระบายน้ำล้น ซึ่งมีการก่อสร้างฝายยางสูงเพิ่มขึ้น ทำให้สามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมที่มีความจุ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร

นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพการผลิตพืชในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์ สืบเนื่องมาจากปีการเพาะปลูก 2560 พื้นที่รับน้ำโครงการชลประทานลำปาวมีพื้นที่ปลูกข้าว จำนวน 301,578 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิตพืชของจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะข้าวซึ่งถือเป็นพืชหลัก แต่เกษตรกรในพื้นที่ไม่สามารถปลูกข้าวให้อยู่ในเกณฑ์ในระดับมาตรฐานการทำเกษตรที่ดีและเหมาะสม (Good Agricultural Practice : GAP) ได้ เนื่องจากปัจจัยด้านแหล่งน้ำที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร ด้วยเหตุนี้กรมฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อส่งเสริมการผลิตข้าวของเกษตรกรให้มีคุณภาพดีและได้มาตรฐาน

โดยได้มีการปรังปรุงคันระบายน้ำล้นมีการก่อสร้างฝายยางสูงเพิ่มขึ้น จึงทำให้สามารถกักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมที่มีความจุ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายใต้พื้นที่โครงการ 338,800 ไร่ พื้นที่ชลประทานฤดูฝน 306,963 ไร่ พื้นที่ชลประทานฤดูแล้ง 184,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 233 หมู่บ้าน 33 ตำบลในเขต อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ และ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ทั้งนี้การพัฒนาการผลิตข้าวให้มีมาตรฐานการเกษตรที่ดีและเหมาะสม หรือ GAP นั้น นอกจากเป็นการคำนึงถึงคุณภาพผลผลิต ความปลอดภัยของเกษตรกรผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันแล้ว โดยส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังไม่ใช้สารเคมีฆ่าหญ้าบริเวณรอบเขื่อนลำปาว เพื่อให้เกษตรกรตระหนักถึงพิษภัยของสารเคมีและลดการใช้สารเคมีฆ่าหญ้าตาม GAP เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในแปลงข้าว

นอกจากนี้ยังมีองค์ความรู้ “การทำนาแบบเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว” สามารถลดปริมาณการใช้น้ำลงได้ 20 – 50% ขึ้นอยู่กับชนิดของดินและสภาพอากาศ และยังช่วยลดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสูบน้ำได้ 30% ทั้งยังเป็นการเพิ่มรากข้าวให้ดูดซับธาตุอาหารได้ดีขึ้น ทำให้ใช้ปุ๋ยน้อยลงเป็นการประหยัดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงการส่งเสริมและการผลิตพืชผสมผสานแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวให้กับเกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้ร่วมด้วย อาทิ การปลูกพืชผัก ปลูกไม้ผล เป็นต้น ก่อให้เกิดรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง มีรายได้เฉลี่ย 3,000 – 5,000 บาท ต่อเดือน

Advertisement

จากการส่งเสริมและพัฒนาการปลูกพืชของเกษตรกรให้มีความหลากหลาย เน้นการทำเกษตรผสมผสาน พร้อมกับการสนับสนุนแหล่งน้ำให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้นั้น ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เขื่อนลำปาวแห่งนี้มีกิจกรรมที่สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ตลอดทั้งปี มีส่วนช่วยลดพื้นที่การทำนาเพียงอย่างเดียวให้ลดน้อยลง ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น ภายใต้การบริหารจัดการน้ำให้มีความเหมาะสมในการผลิตพืชแต่ละชนิด ทั้งนี้ผลสำเร็จของโครงการดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จในการดำเนินงานส่งเสริมการทำเกษตรในพื้นที่เขตชลประทานลำปาวที่มีความชัดเจนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรในพื้นที่ ทำให้ปัจจุบันเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น