กรมอนามัย ย้ำ! โรงเรียนตรวจความพร้อมสนามเด็กเล่น อุปกรณ์เครื่องเล่นเด็ก พร้อมแนะโรงเรียนทำความสะอาดตู้น้ำดื่ม คุมเข้มความปลอดภัยรับเปิดเทอม

23.05.18 | 13:53 น.

นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัยกล่าวว่าช่วงเปิดเทอมใหม่นี้เด็กๆต้องไปโรงเรียนเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กๆขณะที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน กรมอนามัยมี 2 เรื่องสำคัญที่อยากฝาก เรื่องแรกคือเรื่องสนามเด็กเล่นและอุปกรณ์เครื่องเล่นสำหรับเด็ก เนื่องจากเด็กๆต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ทำกิจกรรมอยู่ในโรงเรียน และด้วยนิสัยซุกซน รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กๆ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นขณะอยู่ภายในโรงเรียนได้ ครู หรือบุคลากรของโรงเรียนควรเฝ้าระวังนักเรียน เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเด็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สนามเด็กเล่น เป็นจุดเสี่ยงจุดอันตรายลำดับต้นๆ ที่พบปัญหาเกิดอุบัติเหตุกับเด็กๆ มากที่สุด เพราะพื้นที่สนามเด็กเล่นเป็นบริเวณที่เด็กๆ ชอบเป็นพิเศษ เนื่องจากมีเครื่องเล่นให้สนุกกันเต็มที่ และยิ่งสนุกก็ยิ่งขาดความระวัง ซึ่งโรงเรียนต้องหมั่นตรวจสอบดูแลและเฝ้าระวังให้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ผู้ประกอบการโรงเรียนทั้งภาครัฐและเอกชน จึงต้องตระหนักถึงข้อกำหนดเบื้องต้นของอุปกรณ์เครื่องเล่นสนาม วัสดุการเลือกใช้ และการจัดเตรียมพื้นสนามเด็กเล่น และรายละเอียดย่อยของอุปกรณ์ปีนป่าย อุปกรณ์เคลื่อนไหว ชิงช้า กระดานลื่น และเครื่องเล่นชุดรวม รวมทั้งแนวทางของการติดตั้ง ตรวจสอบ บำรุงรักษาเครื่องเล่นให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งาน โดยเครื่องเล่นต้องมีการยึดรากฐานให้มั่นคง ไม่ชำรุด พื้นผิวของเครื่องเล่นต่างๆ ต้องไม่มีรอยแตกหักหรือมีส่วนที่ยื่นออกมาก่อให้เกิดอันตราย เช่น แผ่นเหล็กโผล่ยื่น มีเสี้ยนไม้ สีที่ใช้ทาต้องไม่หลุดลอกหรือเก่าจนขึ้นสนิม

“สำหรับการป้องกันการบาดเจ็บจากเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นควรประกอบด้วยเครื่องเล่นที่ปลอดภัย เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการของเด็ก ซึ่งไม่ควรสูงเกิน 120 เซนติเมตร พื้นสนามเด็กเล่น ต้องเป็นพื้นเรียบและปูด้วยวัสดุอ่อน เช่น ทราย ยางสังเคราะห์ เป็นต้น เพราะจะช่วยรองรับแรงกระแทก หากเด็กพลัดตกจากเครื่องเล่น ต้องตรวจสอบว่าเครื่องเล่นยึดติดกับพื้นอย่างแน่นหนาหรือไม่ โดยเฉพาะเครื่องเล่นที่หมุนหรือเคลื่อนที่ได้ เช่น ลูกโลก ชิงช้า เพื่อไม่ให้เครื่องเล่นล้มทับเด็ก หมั่นตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องเล่นให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรงอยู่เสมอ หากพบเครื่องเล่นชำรุดควรรีบแจ้งช่างมาดำเนินการแก้ไขทันที และควรมีผู้ดูแลเด็กในขณะเล่น เช่น จัดพื้นที่สนามเด็กเล่นให้เป็นส่วน ทำรั้วรอบสนามเด็กเล่น ป้องกันไม่ให้เด็กแอบเข้าไปเล่นในช่วงที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรดูแลและสอนบุตรหลานให้รู้จักระมัดระวังตัวเองและผู้อื่นในขณะเล่นด้วย”

นพ.ดนัยกล่าว ต่อไปว่าเรื่องที่สองคือเรื่องตู้น้ำดื่มในโรงเรียน ซึ่งที่ผ่านมาสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำกรมอนามัยได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำบริโภคจากโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่ามีตู้น้ำดื่มในโรงเรียนหลายแห่งที่คุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานพบมีการปนเปื้อนแบคทีเรียมากสุด ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมส่วนบุคคลของนักเรียน ครู หรือเจ้าหน้าที่ในโรงเรียน เช่น การใช้แก้วน้ำร่วมกัน การไม่ล้างแก้วน้ำก่อนดื่ม การเทน้ำคว่ำถัง โดยใช้มือปิดปากถัง รวมถึงไม่มีการดูแลบำรุงรักษาตู้น้ำเย็น หรือเครื่องกรองน้ำให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ตามปกติ และไม่ทำความสะอาด เปลี่ยนไส้กรอง หรือล้างย้อนตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ การปนเปื้อนจากการขนส่งและการเก็บรักษา ถังน้ำดื่ม รวมถึงโรงเรียนใช้น้ำจากผู้ผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน และปัญหาไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าช็อต เนื่องจากไม่ติดตั้งสายดิน ตลอดจนความเฉอะแฉะของจุดตั้งตู้น้ำดื่ม

ทั้งนี้ขอแนะนำให้ผู้ดูแลตู้น้ำดื่มในโรงเรียนควรดูแลและทำความสะอาดตู้น้ำดื่มให้พร้อมใช้งาน เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยของนักเรียน ครู หรือเจ้าหน้าที่ในโรงเรียน รวมถึงผู้ที่เข้ามาติดต่อที่โรงเรียน โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วยการปิดสวิท ถอดปลั๊ก ระบายน้ำที่ค้างในตู้ออก นำถาดพลาสติกในช่องคว่ำน้ำออกไปทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เทน้ำร้อนลงในช่องคว่ำถัง ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วขัดด้วยฟองน้ำ ระบายน้ำทิ้ง เติมน้ำร้อนอีกครั้ง ทิ้งไว้ 2-3 นาที หรือใช้คลอรีน 60 เปอร์เซ็นต์ ต้องผสมในอัตราส่วน 1 ช้อนชาต่อน้ำ 20 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 2-3 นาที ปล่อยน้ำทิ้งแล้วล้างด้วยน้ำเปล่า

“ส่วนการคว่ำถังน้ำตู้น้ำดื่ม ต้องปิดสวิท ถอดปลั๊ก ระบายน้ำที่ค้างในตู้ออก เช็ดถังน้ำในส่วนคอขวด และส่วนที่สัมผัสกับตู้น้ำดื่ม ด้วยผ้าสะอาดหรือแอลกอฮอล์ คว่ำถังลงบนตู้น้ำดื่ม โดยไม่เอามือจับปากขวดและบริเวณที่จะสัมผัสน้ำในตู้น้ำดื่ม ทดสอบการไหลของน้ำ และเสียบปลั๊ก เปิด สวิทใช้งาน และควรล้างเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้นักเรียนได้ดื่มน้ำจากตู้น้ำดื่มที่สะอาดปลอดภัยและไม่ปนเปื้อนแบคทีเรีย” นพ.ดนัยกล่าวในตอนท้าย

Advertisement