ส.ป.ก. เดินหน้าพัฒนาที่ยึดคืนกาญจนบุรี หนุนเป็นศูนย์กลางเลี้ยงแพะระดับประเทศ

23.05.18 | 15:06 น.

คณะผู้บริหารสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าของการพัฒนาพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ที่ยึดคืนตามมาตรา 44 จำนวน 3 แปลง คือ แปลงหมายเลข 14 เนื้อที่ 1,223-0-65 ไร่ แปลงหมายเลข 15 เนื้อที่ 808-1-36 ไร่ และแปลง AL 8 เนื้อที่ 946-3-60 ไร่ รวมพื้นที่ทั้งหมด 2,978-1-61 ไร่

พันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เปิดเผยว่า ในภาพรวมการพัฒนาพื้นที่ด้านต่างๆ ของที่ดินทั้ง 3 แปลง คืบหน้าไปแล้วประมาณร้อยละ 70 ในส่วนของ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ได้ปูผังแบ่งแปลง เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ประเภทต่างๆ เรียบร้อยแล้ว และมีการปรับพื้นที่สำหรับจัดให้เกษตรกรตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส.ป.ก. ได้พัฒนาโครงข่ายถนนสายหลักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถนนสายซอยอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 2 แปลง ในปี 2561 ส.ป.ก. มีแผนจัดหาที่เก็บน้ำผิวดิน เป็นถัง คสล.ขนาด 30 ลบ.ม. (ถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก เก็บน้ำได้ปริมาณมากๆ) จำนวน 30 ถัง เพื่อให้เกษตรกรไว้ใช้สำหรับอุปโภคบริโภค สำหรับการจัดที่ดินให้เกษตรกรเข้าทำกิน มีเกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกและยืนยันสิทธิแล้ว 258 ราย ส่วนอีก 131 ราย จะคัดเลือกเสร็จเรียบร้อยภายในเดือนมิถุนายน ขณะนี้ เกษตรกรได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินตำบลสิงห์ จำกัด และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรีให้เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยวิธีการเช่าและยกเว้นการเก็บค่าเช่าที่ดินเป็นระยะเวลา 3 ปี  ซึ่งเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์บางส่วนได้เริ่มเข้าไปอยู่และทำกินในพื้นที่บ้างแล้ว

ในส่วนของงานพัฒนาที่ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น ระบบชลประทาน บ้านพักของเกษตรกร น้ำบาดาลเพื่อการเกษตร และระบบไฟฟ้า ก็มีความคืบหน้าไปมากพอสมควร คาดว่าระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดจะดำเนินการเสร็จเรียบร้อยไม่เกินกลางปีงบประมาณ 2562

รองเลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวต่อไปว่า การพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกร ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้วิเคราะห์พื้นที่แล้วว่า มีความเหมาะสมในการประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ จึงจะส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงแพะเป็นอาชีพหลัก และทำเกษตรผสมผสานเพื่อสร้างรายได้ในระยะสั้นควบคู่กันไป โดยจะสนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงแพะครัวเรือนละ 32 ตัว หากเกษตรกรเข้ามาอยู่เต็มพื้นที่ 389 ราย และมีการเลี้ยงแพะตามที่ตั้งเป้าไว้ พื้นที่บริเวณนี้จะมีการเลี้ยงแพะมากในระดับประเทศ ก็จะผลักดันให้เป็นตลาดกลางซื้อขายแพะ โดยในเดือนมิถุนายน 2561 นี้ กรมปศุสัตว์จะนำแพะชุดแรก จำนวน 64 ตัว มาให้เกษตรกรที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่และสร้างคอกไว้เรียบร้อยแล้ว