ใครที่มีรถช่วงนี้ก็คงจะเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ เพราะราคาน้ำมันที่ขึ้นไม่หยุด จำได้ว่าเมื่อ 2 ปีก่อน เติม E20 ในราคา 5 ลิตร 100 ก่อนจะเขยิบมาเป็น 4 ลิตร และพอถึงวันนี้ก็มีแววว่าจะขึ้นไปถึง 3 ลิตร 100 เหมือนเมื่อหลายปีก่อน
เท่าที่สังเกตในสื่อโซเชียล มีหลายคนเชื่อและแชร์กันต่อๆ ว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เกิดจากรัฐบาลใช้เงินไปเยอะจนต้องจัดเก็บภาษีน้ำมันเพิ่ม แท้จริงแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี’59 เป็นต้นมา ภาครัฐไม่ได้มีการเพิ่มการจัดเก็บภาษีแต่อย่างใด
อธิบายสั้นๆ ว่า สาเหตุที่ราคาน้ำมันในประเทศสูงขึ้นนั้น เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งก็มาจากหลายๆ ปัจจัย เช่น การตรึงกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกและประเทศนอกกลุ่มโอเปกในช่วงปีที่ผ่านมา หรือการที่เวเนซุเอลาเกิดวิกฤติเศรษฐกิจจนไม่สามารถส่งออกน้ำมันดิบได้
แม้แต่การที่สหรัฐอเมริกาประกาศว่าจะคว่ำบาตรอิหร่านอย่างรุนแรงที่สุด ในขณะที่อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่มโอเปก ก็ทำให้คาดการณ์กันว่าน้ำมันดิบจะออกสู่ตลาดโลกน้อยลง
ทั้งหมดนี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวสูงขึ้นจาก 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว มาเป็น 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในปัจจุบัน ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซนต์ก็คือเพิ่มขึ้นร้อยละ 40!
ส่วนสาเหตุที่ราคาน้ำมันบ้านเราแพงกว่ามาเลเซียหรืออินโดนีเซีย เป็นเพราะประเทศเหล่านี้อุดหนุนราคาน้ำมันด้วยการเอาเงินของรัฐบาลมาโปะ หรือไม่มีการเก็บเงินภาษีจากน้ำมัน (แต่เก็บภาษีอื่นทดแทน) ทำให้จำหน่ายได้ในราคาจริง นอกจากนี้ ก็ยังมีเรื่องของโครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีกในไทย ยกตัวอย่างเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 30.25 บาท จะประกอบไปด้วย ราคาน้ำมัน 19.63 บาท, ภาษีสรรพสามิต 8.38 บาท, ค่าการตลาด 1.19 บาท และกองทุนน้ำมัน 0.45 บาท
จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าราคาน้ำมันที่พวกเราต้องจ่ายนั้นถูกบวกด้วยภาษีและกองทุนต่างๆ ซึ่งผู้ที่ได้ประโยชน์ส่วนนี้คือรัฐบาลไม่ใช่บริษัทผู้ค้าน้ำมัน
สรุป หากจะเปรียบเทียบเทียบราคาน้ำมันที่จำหน่ายในประเทศไทยกับเพื่อนบ้าน ก็ต้องนำเอานโยบายภาษีของแต่ละประเทศมาพิจารณา แต่ถ้าเฉพาะราคาน้ำมันแล้ว ไม่มีประเทศใดแตกต่างกัน เนื่องจากใช้การอ้างอิงราคาน้ำมันที่สิงคโปร์ซึ่งเป็นตลาดกลางของภูมิภาคนี้เหมือนกัน
ตอนเด็กๆ จำได้มีเพลงลูกทุ่งยอดฮิตที่ร้องว่า “น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ” บอกกับตัวเองว่า ถึงเวลาที่จะต้องร้องเพลงนี้กันอีกครั้ง

