เด็ก 3 จังหวัดชายแดนใต้ฝึกหนัก เตรียมไปชิงแชมป์ฟุตบอลยุวชนโลกที่สวีเดน

28.05.18 | 14:29 น.

พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ที่ปรึกษาประธานโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานสโมสเซาเธิร์น บีช (SOUTHERN BEACH) เปิดเผยความคืบหน้าในการส่งทีมยุวชนไทยใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ 45 คนไปแข่งขันชิงแชมป์ฟุตบอลยุวชนโลก ที่เมืองโกเดนเบิร์ก ประเทศสวีเดน เดือนกรกฎาคมนี้ว่า ช่วงนี้อยู่ระหว่างการฝึกซ้อมอย่างหนัก โดยอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) ที่ทำงานร่วมกับทางสโมสร เพื่อไปสู่จุดหมายปลายทาง ซึ่งเด็กๆ กลุ่มนี้ที่อายุระหว่าง 11-13 ปี ต่างได้รับแรงบันดาลใจจากที่เห็นรุ่นพี่อาร์ม ”ศุภชัย ใจเด็ด” นักฟุตบอลสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จในการเล่นฟุตบอลอาชีพ และสามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ตั้งแต่อายุ 11 ปี

พล.อ.รณชัยกล่าวว่า ในแต่ละปีมีทีมยุวชนจากทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขันจำนวนมาก อย่างปีก่อนมี 200 กว่าทีมจาก 70 กว่าประเทศ ปีนี้ก็มีจำนวนใกล้เคียงกัน และแม้ในเรื่องรูปร่างเด็กไทยจะเสียเปรียบเด็กโซนยุโรปหรือประเทศที่เก่งฟุตบอลอย่างบราซิล แต่สามารถพลิกมาเป็นการได้เปรียบ โดยเน้นเรื่องแรงและความเร็ว

ทางโค้ชมุ่งพัฒนาในส่วนนี้ให้มากขึ้น เพราะในการเล่นฟุตบอลทีมไหนที่แรงดีจะสามารถเล่นได้นาน นอกจากนี้ยังเน้นในส่วนของเทคนิค เพื่อให้เด็กเกิดความมั่นใจ ซึ่งได้เชิญโค้ชผู้ฝึกสอนทีมชาติมาร่วมสอนทีมยุวชน 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย

ประธานสโมสเซาเธิร์น บีช กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาพ่อแม่ของเด็กให้การสนับสนุน เห็นได้จากจำนวนเด็กที่มาสมัคร ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องความมั่นคง ช่วยให้เกิดความรักความสามัคคีของคนในพื้นที่แล้ว ยังทำให้เด็กห่างไกลจากยาเสพติดอีกด้วย สำหรับงบประมาณในการส่งเด็กไปแข่งที่สวีเดนจะใช้ประมาณ 4 ล้านกว่าบาท งบในส่วนนี้ทางสโมสรต้องจัดหาเอง โดยขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่เห็นความสำคัญในการปั้นเด็กเข้าสู่สโมสรใหญ่ๆ ระดับประเทศต่อไป ซึ่งทางสโมสรยังขาดงบประมาณอยู่จำนวนหนึ่ง และเปิดรับบริจาคที่บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขารัฐสภา เลขที่ 089-0-21059-4

Advertisement

“ขณะนี้เด็กเรามีความมุ่งมั่นมาก เพราะมีแรงบันดาลใจที่เจ้าหนูอาร์ม ซึ่งเป็นตัวอย่างให้พวกเขามีแรงฮึดจะเจริญรอยตามรุ่นพี่ นอกจากนี้มีตัวอย่างอีก 3-4 คนที่ประสบความสำเร็จตรงนี้และได้ไปอยู่ทีมดังๆ ไปเป็นครูเป็นผู้ฝึกสอนบ้าง ส่วนที่เหลือก็เรียนตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพราะทางสโมสรและทาง ศอบต.ไม่ได้ส่งเสริมเฉพาะเล่นกีฬาอย่างเดียว ในการต่อยอดนั้นจะประสานกับสถาบันการศึกษาที่เด็กต้องการอยากจะเรียนด้วย”