สุรเกียรติ์ชี้การล็อบบี้ในไทย ควรสร้างความเข้าใจ-พัฒนา กม.รองรับ

ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การล็อบบี้กับกระบวนการสร้างนโยบาย” ในพิธีเปิดการอบรมหลักสูตร “การเจรจาต่อรองและการล็อบบี้” รุ่นที่ 1 จัดโดยศูนย์ศึกษาสิทธิมนุษยชน ความขัดแย้งและสันติภาพ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธานเปิดงาน และมีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 80 คน วันที่ 26 พฤษภาคม ณ ห้องประชุมชั้น 12 อาคารศรีศรัทธา มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ กล่าวว่า หลายประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย การล็อบบี้คือการเจรจาโน้มน้าว ต่อรอง เพื่อให้มีผลต่อการกำหนดนโยบาย ลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และก่อให้เกิดสันติภาพ ด้วยกระบวนการโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งสังคมไทยปัจจุบันมีความตื่นรู้เกี่ยวกับสังคมบ้านเมืองมากขึ้น ขณะที่รัฐธรรมนูญก็ได้เปิดกว้างสำหรับการแสดงความคิดเห็นของทุกฝ่ายที่มีความเกี่ยวข้องถึงผู้กำหนดนโยบาย

“เมื่อสังคมไทยมีกรอบกฎหมายรองรับการล็อบบี้ เราทุกคนในฐานะพลเมืองต้องช่วยกันคนละไม้ คนละมือในการพัฒนาระบบกฎหมายให้การล็อบบี้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง มีการบันทึกทางวิทยาศาสตร์ถึงผลลัพธ์จากการล็อบบี้ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับการเจรจาต่อรอง และควรมีการตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่ให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้”

ด้าน ผศ.วุฒิศักดิ์กล่าวว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงมุ่งหวังให้หลักสูตร “การเจรจาต่อรองและการล็อบบี้” เป็นหลักสูตรที่เปิดมิติใหม่ให้กับสังคมไทย เพราะการล็อบบี้ถือเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นทุกวัน ทั้งในชีวิตประจำวัน กิจการสาธารณะ และปัญหาต่างๆ ระหว่างประเทศ โดยในต่างประเทศการล็อบบี้มีกฎหมายกำกับดูแล เพื่อให้ทุกสิ่งอย่างในการล็อบบี้เป็นไปในทางบวกและลดการคอร์รัปชั่น แต่ในประเทศไทยยังคงมองว่าเป็นการติดสินบนและไม่ถูกกฎหมาย ฉะนั้น หลักสูตรที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงเปิดอบรมในครั้งนี้เพื่อต้องการให้คนในสังคมไทยได้ตระหนักถึงเรื่องการเจรจาต่อรองและการล็อบบี้ว่าควรทำกันอย่างเปิดเผยและยอมรับในความจริงที่ว่า “การพูดคุย เจรจาต่อรอง และการโน้มน้าวใจ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน”

“หลักสูตรนี้จะช่วยฝึกอบรมถึงกระบวนการและวิธีต่างๆ ที่จะทำให้การเจรจาต่อรองไปสู่ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์สำหรับตนเอง สังคม และประเทศชาติโดยส่วนรวม และหวังอย่างยิ่งว่าการเจรจาต่อรองต่างๆ จะมีกระบวนการที่ชัดเจน มีกฎหมายเข้ามารองรับ เพื่อทำให้ทุกส่วนได้มีส่วนร่วมทำให้เกิดกลไกที่ดี ซึ่งจะทำให้สังคมไทยมีสันติสุขและสามารถนำไปสู่ความโปร่งใสได้อย่างแท้จริง”

รศ.อนงค์ทิพย์ เอกแสงศรี คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.ร. กล่าวว่า คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เห็นความสำคัญในการสร้างความเข้าใจในหลักการและบทบาทที่แท้จริงของการล็อบบี้ ทั้งในกระบวนการทางการเมือง นโยบายสาธารณะ และการกำหนดทิศทางสำหรับการบริหารงานภาครัฐ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ปรากฏโดยทั่วไปในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยกลับมีมุมมองเชิงลบต่อการล็อบบี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อหลักการแท้จริงของการล็อบบี้ จึงได้จัดการอบรมหลักสูตรนี้ขึ้นทั้งในเชิงทฤษฎีและการปฏิบัติ โดยเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของผู้ดำเนินการจริงในสาขาต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเกิดทักษะในการเจรจาต่อรองและการล็อบบี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทของการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ และพร้อมเผชิญหน้ากับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมากมายในโลกปัจจุบัน

“หลักสูตร “การเจรจาต่อรองและการล็อบบี้” รุ่นที่ 1 ได้รับความสนใจจากศิษย์เก่า นักศึกษาปัจจุบัน และทุกภาคส่วนสมัครเข้าร่วมอบรมเป็นจำนวนมาก ทางคณะรัฐศาสตร์จึงได้ตัดสินใจเปิดการอบรมรุ่นที่ 2 ในเดือน พฤศจิกายน 2561 โดยจะนำผลสัมฤทธิ์จากการอบรมรุ่นที่ 1 มาปรับหลักสูตรให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อผู้เข้าอบรมมากขึ้น จึงขอเชิญชวนผู้สนใจที่พลาดการอบรมในรุ่นนี้เตรียมพร้อมสมัครเข้าอบรมรุ่นที่ 2 ช่วงเดือนพฤศจิกายนต่อไป”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กตู่” ลั่นเดินหน้าไทยนิยมฯ ชี้คนไม่ชอบรัฐบาล แสดงว่ายังไม่เข้าใจ ยิ่งต้องดูแล
บทความถัดไป“พุทธะอิสระ” ฝากบอกลูกศิษย์อย่าโกรธ คสช. อีกไม่นานก็จะกลับไปห่มผ้าเหลือง(คลิป)