ไอเฟครุกต่อเร่งเอาคนผิดมาลงโทษ เตรียมยื่นหลักฐานใหม่ให้หน่วยงานพิเศษ จัดการก๊วนขายโรงแรมหรูคู่เมืองเชียงใหม่ ที่ขายแพงเกินจริง หลังศาลตรวจหลักฐานพบพิรุธ ก่อนยกฟ้อง”หมอวิชัย-ซีอีโอIFEC”
จากกรณีอดีตผู้บริหาร IFEC ท่านหนึ่งกล่าวหา “หมอวิชัย” หรือ นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ อดีตประธานกรรมการบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และซีอีโอ IFEC แจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ พิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า เป็นการกระทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์บริษัทฯและผู้ถือหุ้น อีกทั้งทำให้ศาลพบความไม่ชอบมาพากลและความผิดปกติของการซื้อขายโรงแรมดาราเทวีสูงเกินจริง มูลค่า 1,948 ล้านบาท ซึ่งทั้งการกระทำของ หมอวิชัย และซีอีโอไอ IFEC ไม่เข้าข่ายแจ้งความเท็จ และไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท จึงพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ทีาผ่านมา
วันที่ 28 พ.ค. นายประสิทธิ์ วงศาสวัสดิ์ ทนายความไอเฟค เปิดเผยความคืบหน้ากับผู้สื่อข่าวว่า มีข้อน่าคิดในเนื้อหาในคำพิพากษามีนัยสำคัญ ทั้งเรื่อง ข้อเท็จจริงที่ได้จากทางนำสืบของคู่ความทำให้เชื่อว่า การซื้อโรงแรมดาราเทวีมีปัญหาเรื่องราคาที่จ่ายแพงกว่าความเป็นจริง และขบวนการครอบงำกิจการ ส่งผลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย หนาวๆร้อนๆ
“ส่วนการที่หมอวิชัยได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อ ตำรวจ ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง มิใช่เป็นการแจ้งความเท็จ แต่เป็นการกระทำเพื่อให้คนที่ทำผิดต้องได้รับโทษ และเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น รวมถึงหน่วยงานของรัฐที่กล่าวโทษหมอวิชัย ต้องตระหนักถึงเรื่องนี้บ้างหรือไม่ เนื่องจากคดีนี้ มีความเกี่ยวโยงกับคดีความอีกหลายๆคดีที่ฟ้องร้องกัน“ ทนายความไอเฟค กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องขายโรงแรมอย่างไร ทนายประสิทธิ์ กล่าวว่า ความจริงในคดีนี้ย่อมส่งผลกระทบไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกคน ใครทำอะไรไว้ก็รับผลของการกระทำนั้น ในส่วนบริษัท IFEC เตรียมนำข้อมูล หลักฐานที่ศาลได้พิจารณาไปแล้ว พร้อมหลักฐานใหม่ ส่งมอบให้หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ซึ่งเคยยื่นเรื่องไปก่อนหน้านี้ อาทิ ปปง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตำรวจ ปอศ. และกองปราบปราม เพื่อเอาคนผิดมาลงโทษโดยเร็ว..///

