ททท.ชวนเที่ยวเมืองรอง“วิสาขบูชาทั่วไทย”
ชูอัตลักษณ์“วิถีชุมชนชาวพุทธ”สู่ตลาดโลก

28.05.18 | 16:01 น.

ททท.ชวนท่องเที่ยวเมืองรองงานบุญใหญ่ “วิสาขบูชา” 28-29 พ.ค.2561 ทั่วไทยนำอัตลักษณ์ท้องถิ่น “วิถีไทย วิถีพุทธ” สู่สายตาชาวโลก ร่วม “แห่โคมบัวบูชาสกลนคร-อัฐมีบูชา อุตรดิตถ์-เวียนเทียนกลางน้ำหนึ่งเดียวในโลกที่กว๊านพะเยา” และไฮไลต์ “เดินขึ้นดอยไหว้สาป๋ารมีพระบรมธาตุดอยสุเทพ” รณรงค์ช่วยเก็บขยะแหล่งท่องเที่ยว

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในโอกาสสำคัญวันวิสาขบูชาทั่วประเทศได้จัดงาน โดยเฉพาะในชุมชนเมืองท่องเที่ยวรอง งานแรก “วิสาขบูชาสกลนครประจำปี 2561  วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร และลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ศาลากลาง  จังหวัดสกลนคร โดยได้จัดให้มีขบวนแห่โคมบัวบูชาอันตระการตา รวมทั้งจัดนิทรรศการวันวิสาขบูชา เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมเจริญศีลภาวนา นั่งวิปัสสนากรรมฐาน พิธีเวียนเทียน เรื่อยไปจนถึงกิจกรรมวิ่งวิสาขพุทธบูชา กิจกรรมธรรมทัศนาจร สักการะพระเกจิอาจารย์สกลนครซึ่งเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย

งานที่สอง “ประเพณีอัฐมีบูชา”  หรือการถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าจำลอง ช่วงวันพระใหญ่งานบุญวิสาขบูชา วันที่ 29 พฤษภาคม – 6 มิถุนายน 2561  ที่วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ได้จัดการแสดงแสง สี เสียง และพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลองสักการะพระบรมสารีริกธาตุ แห่ผ้าห่มองค์พระบรมธาตุ ใส่บาตรพระอสิติอัครสาวก  80 รูป  พร้อมกิจกรรมการแสดงบนเวที การจัดมหรสพอื่นๆ การออกร้านค้าและการละเล่น

Advertisement

งานที่สาม “เวียนเทียนกลางน้ำกว๊านพะเยา” จังหวัดพะเยา หนึ่งเดียวในโลก วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 ณ วัดติโลกอาราม กว๊านพะเยา ปีนี้จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 33 นักท่องเที่ยวจะได้ชมความตระการตาของการประดับประดาอารามสวยงาม โดยมีเรือพายพื้นบ้านแต่งเทียนประทีปมาร่วมพิธีกว่า 50 ลำ และในพะเยายังจัดเวียนเทียนอีกแห่งบริเวณลานพญานาค อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา ด้วยเช่นกัน ตลอดเทศกาลท่องเที่ยวทางบุญทางจังหวัดพะเยาได้จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งทุกปี

นางสมฤดี จิตรจง ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมทัวร์บุญวันวิสาขบูชาในงาน “ประเพณีเดินขึ้นดอย ไหว้สาป๋ารมีพระบรมธาตุดอยสุเทพ ประจำปี 2561” ระหว่างวันที่ 28 -29 พฤษภาคม 2561 ณ ดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ตามวิถีท้องถิ่นเชื่อว่าหากต้องการได้กุศลแรงจะต้องเดินขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 เรื่อยไปจนถึงเช้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็นประเพณีที่ชาวเชียงใหม่ถือปฏิบัติสืบมาเป็นประจำทุกปี เป็นเอกลักษณ์พิเศษของชาวล้านนาที่ดีงาม

โดยมีความเชื่อว่าประเพณีการเดินขึ้นดอยสุเทพเริ่มตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ตอนองค์พระบรมสารีริกธาตุ วัดสวนดอกแยกออกเป็น 2 องค์ ทำให้พระเจ้ากือนา กษัตริย์ผู้ครองราชย์สมัยนั้น คิดหาสถานที่สร้างวัดขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอีกองค์หนึ่ง จึงทรงทำการเสี่ยงทายในวันวิสาขบูชา วันเพ็ญเดือน 6 ของปีนั้น ทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคล ถ้าช้างไปหยุด ณ จุดใด ก็จะใช้สถานที่นั้น เป็นที่สร้างวัดเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

ครั้งนั้นช้างเสี่ยงทายเริ่มเดินออกจากวัดสวนดอก บ่ายหน้าขึ้นสู่ดอยสุเทพไปจนถึงยอดชั้นที่ 1 ชื่อดอยหมากขนุน หรือดอยช้างนูน แล้วขึ้นต่อไปถึงยอดชั้นที่ 2 ชื่อดอยสนามยอดหรือดอยสามยอด ระหว่างทางช้างเกิดสั่นและหยุดพักช่วงหนึ่งพระเจ้ากือนาจึงโปรดให้สร้างวัดขึ้น ณ จุดที่ช้างพัก ปัจจุบันคือวัดผาลาด

เมื่อช้างหายเหนื่อยก็ลุกเดินต่อมุ่งหน้าไปจนถึงชั้นที่ 3 ชื่อว่า “ดอยสุเทพ” ขณะนั้นมีฤาษีวาสุเทพนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำ ช้างก็ไปหยุดและตายที่นั่น พระเจ้ากือนาจึงทรงให้สร้างวัดพระธาตุดอยสุเทพ  และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเจดีย์ และในปัจจุบันมีการปั้นรูปช้างอยู่ในบริเวณดังกล่าว

จากจุดที่ช้างเดินจากวัดสวนดอกไปเรื่อย ๆ ทำให้เกิดเส้นทางที่เรียกว่า “ด่านช้าง” ภายหลังจากที่สร้างวัดพระธาตุดอยสุเทพเสร็จแล้ว พระเจ้ากือนาก็ทรงใช้เส้นทางดังกล่าวนี้เดินขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ ต่อมาในปี 2477 เมื่อพระครูบาศรีวิชัยร่วมกับชาวล้านนาสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ เพราะเส้นทางเดิมที่ใช้เดินขึ้นดอยระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ลักษณะเป็นทางเดินเท้า ทั้งสูงชันและคับแคบ ดังนั้นเมื่อเดินทางไปก็จะต้องพักแรมอยู่นมัสการอบรมสมโภชเป็นเวลาหลายวันถึงจะเดินทางกลับบ้าน

เส้นทางที่ครูบาศรีวิชัยสร้างขึ้นชื่อว่า “ถนนศรีวิชัย” ในตอนแรกที่ทำถนนเป็นถนนดินลูกรัง ต่อมาปี 2524 ปรับปรุงเป็นถนนลาดยาง เมื่อพระธาตุดอยสุเทพเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เส้นทางตามถนนศรีวิชัย ไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพ พระครูบาศรีวิชัยและชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นอีก 3 วัด คือ วัดโสดาบรรณ ปัจจุบันคือวัดศรีโสดา วัดสกินาคามี ปัจจุบันคือวัดผาลาด และวัดอนาคามีปัจจุบันเป็นวัดร้าง

“พระครูบาศรีวิชัย” เปรียบการเดินทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพไว้ว่าเป็นเสมือนการเดินทางไปสู่การตรัสรู้เป็นพระอรหันต์ของพระพุทธเจ้า โดยเปรียบเทียบวัดพระธาตุดอยสุเทพ คือวัดอรหันต์ ลักษณะการเดินทางจะเดินด้วยเท้า ถือประทีป ธูปเทียน เป็นริ้วขบวนประกอบด้วย พระสงฆ์เดินนำหน้าสวดมนต์ และประชาชนเดินตามหลัง โดยเริ่มขบวน ณ วัดศรีโสดา และนมัสการวัดสกินาคามี และวัดอนาคามี เดินทางขึ้นไปนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพ หลังจากนั้นก็บำเพ็ญศีลวิปัสสนา ทำบุญตักบาตรในเช้าวันรุ่งขึ้น แล้วจึงเดินทางกลับ จึงถือว่าได้อานิสงส์แรง หรือได้ทำบุญมาก

ประเพณีการเดินขึ้นดอยยุคหลังครูบาศรีวิชัยสร้างถนนขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพ นอกจากจะเป็นการเดินขึ้นไปปฏิบัติธรรม สักการะองค์พระบรมธาตุดอยสุเทพแล้ว ยังเป็นการรำลึกถึงพระคุณแห่งครูบาศรีวิชัย ที่ได้เป็นผู้นำในการสร้างถนนขึ้นดอยแห่งนี้ด้วย

ในโอกาสวันสำคัญทางศาสนา “วิสาขบูชา” ททท.จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนท่องเที่ยวเพื่อสร้างคุณงามความดี แก่ตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติสืบไว้ ร่วอนุรักษ์ประเพณีให้ชาวต่างชาติได้ศึกษาเรียนรู้ประสบการณ์อันทรงคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน : บล็อกเกอร์ –gurutourza