ให้ศูนย์การค้าเป็นมากกว่าเดินช้อปปิ้ง “เซ็นทรัลฯ” เผย Co-Create Center of Life แผนปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล

30.05.18 | 10:52 น.

ในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความต้องการที่ชัดเจนมากขึ้น และมีนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์อำนวยความสะดวกได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ E-commerce และ Cashless Society (สังคมไร้เงินสด) ทำให้องค์กรต่างๆ ต้องเริ่มปรับตัวให้เท่าทันความต้องการของผู้บริโภค และผนวกให้เข้ากับนวัตกรรมของโลกปัจจุบันให้ได้มากที่สุด

ห้างสรรพสินค้า และ Marketplace หลายแห่งเองก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แต่สำหรับ CPN หรือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอันดับต้นๆ ของไทย ขอใช้วิกฤตตรงนี้พลิกเป็นโอกาส ผนึกพันธมิตรเพื่อร่วมสร้างประสบการณ์การเดินศูนย์การค้าที่ไม่เหมือนเดิม แถลงวิสันทัศน์ “Co-Create Center of Life” ใน 5 ปีต่อจากนี้ ภายในงาน Center of Life

โดยแนวคิด Co-Create Center of Life นี้ จะเป็นการปรับทุกศูนย์ฯการค้า ให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตและคอมมูนิตี้ ให้การเดินศูนย์การค้าเป็นมากกว่าช้อปปิ้ง เพื่อให้ลูกค้าจะได้มา “ใช้ชีวิต” และได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของตนเองอย่างแท้จริง ตอบโจทย์พฤติกรรมคนยุคใหม่ ดำเนินด้วย 3 กลยุทธ์ ได้แก่

1) Co-Creating Destination Concepts : ทำให้ศูนย์การค้าเป็น Destination โดยการปรับพื้นที่เชื่อมโยงกับลูกค้าเพื่อดึงดูดกลุ่มคนที่มีความชอบคล้ายๆ กัน และจัดกลุ่มสินค้าและบริการเป็น segment ตามไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ โดยจะเริ่มนำร่องด้วย 5 Destination Concepts ได้แก่

  • ‘Family Destination’ ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่พร้อมสร้างประสบการณ์ร่วมกันมากขึ้น สามารถร่วมกันใช้ชีวิตตามความคนสนใจ มีพื้นที่พักผ่อน บริการพิเศษสำหรับเด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ

Advertisement
  • ‘Food Destination’ ตอบโจทย์ทุกวัตถุประสงค์เกี่ยวกับอาหารอย่างครบครันด้วย Supermarket และร้านอาหารทุกรูปแบบทั้ง Dine-in, Take home ไปจนถึง Cooking Studio ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นแบบ Hunger Filler กินให้อิ่ม, Heart&Soul Filler กินเพื่อดื่มด่ำความสุขและบรรยากาศ, และ Skill Filler ชอบทำเพื่อเรียนรู้และฝึกฝีมือ
  • ‘Fashion Destination’ ศูนย์รวมสินค้าแฟชั่น พร้อมกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ นำเสนอเทรนด์ใหม่ๆ ให้ได้สัมผัสและน่าค้นหาอยู่ตลอดเวลา

  • ‘Co-Working Destination’ เป็นพื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์ แบ่งปันไอเดีย สำหรับกลุ่มคนที่มีความรักและความชอบ และสไตล์ที่คล้ายกันจะมาใช้ชีวิต แชร์ความฝัน และสร้างความหมายให้ชีวิตในแต่ละวันได้

  • ‘Sport Destination’ พื้นที่ของคนที่รักสุขภาพ ชอบการออกกำลังกาย รวมไปถึงสาย Sport Fashion ทั้งไลฟ์สไตล์แบบ Sport Geek, Sport Chic, หรือ Sporty Connector โดยเราจะมีทั้งสิ้นมากกว่า 20 Destinations ที่จะตอบรับไลฟ์สไตล์หลากหลายของลูกค้า และปีนี้เราจะเริ่มเห็น Destination Concept ต่างๆ เกิดขึ้นในศูนย์การค้า 18 แห่งทั่วประเทศ

2) Co-Creating Digital Platform ที่แข็งแกร่ง : เชื่อมประสบการณ์ไร้รอยต่อหรือ Seamless Experience ใน 3 แนวทางคือ

  • 2.1 Real-Time Personalized Offer: โดยการใช้ Big Data เข้าถึงลูกค้ากว่า 12 ล้านคนจาก The 1 Card เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าและบริการของคู่ค้าไปสู่ลูกค้าได้ โดยลูกค้าจะได้รับข้อมูลและโปรโมชั่นต่างๆ ตามความชอบ ความสนใจ อีกทั้งเราจะร่วมมือกับทุกแบรนด์มอบ offer ที่ตรงใจลูกค้าด้วยเครื่องมืองอันทรงพลังของ Central Group คือ ‘The 1 Card Application’ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวได้ภายในปีนี้
  • 2.2 Online Experience: เชื่อมมือถือของลูกค้าให้เข้าถึงบริการของผู้เช่าภายในศูนย์ฯ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วที่สุด เช่น การจองที่จอดรถล่วงหน้า จองคิวร้านอาหาร จองคิวร้านสปา หรือใช้บริการ Food Park โดยที่ไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไป
  • 2.3 Integrated Market Platform: จับมือกับ Central JD ที่จะเพิ่มช่องทางการขายให้ seamless ยิ่งขึ้น โดยคนที่ขายออนไลน์อยู่แล้วสามารถมาเปิด physical store ในศูนย์การค้ากับเราก็ได้ หรือผู้เช่าในศูนย์ฯ ก็สามารถเพิ่มช่องทางการขาย online ได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้จะเชื่อมโยงลูกค้ากลับมาที่ศูนย์การค้า ด้วยบริการที่ดีกว่า สะดวกกว่า รวดเร็วกว่า พร้อมประสบการณ์ที่สัมผัสได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนธุรกิจของร้านค้าต่างๆ ภายในศูนย์ฯ ด้วย

3) Co-Creating Partnership : เพื่อให้แผนการสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและดีที่สุด ต้องอาศัยคามเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ โดยได้ร่วมทุนกับบริษัทที่มีชื่อเสียง เช่น I-Berhad สร้างศูนย์การค้าไอ-ซิตี้, ดุสิตธานี สร้าง Mix-Use Project ยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง, และ IKEA เสริมแกร่งความเป็น Super Regional Mall ของเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต รวมไปถึงการร่วมกับพาร์ทเนอร์ร้านค้าผู้เช่า เพื่อสร้าง Business Initiative ใหม่ๆ เช่น Co-Working Space ใน Café Amazon, พื้นที่ Think Space ภายในร้าน B2S และ Starbucks สาขาใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ CentralWorld รวมไปถึง การทดลองตลาดใหม่ด้วย Pop-up Store ตามสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ และการทำ Marketing Campaign ต่างๆ

โดยในปีนี้ มีไฮไลท์ 5 โครงการที่จะทำให้การ ‘Co-Create Center of Life’ เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการลงทุน 1 แสนล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้านี้ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้าง ‘The New Landscape’ ของวงการรีเทล และตอกย้ำการเป็น Global Player ของ CPN พร้อมเตรียมแผนการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

  • เซ็นทรัล ภูเก็ต ซึ่งจะเป็น A Global Must-Visit Destination ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ทั้งแบบ Luxury และ Leisure อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด พร้อม Attraction ระดับโลกที่ไม่เคยมีมาก่อน ได้แก่ ‘ไตรภูมิ’ ธีมปาร์ค รูปแบบใหม่ครั้งแรกของโลกที่จะสร้างประสบการณ์ผจญภัยแบบ 3D walkthrough และ ‘Aquaria’ ซึ่งจะเป็น อควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมด้วย Food Destination ที่ตอบโจทย์ทั้งคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวทั่วโลก
  • เซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ โครงการศูนย์การค้าในต่างประเทศแห่งแรกของ CPN ในโลเคชั่นศักยภาพสูงของมาเลเซีย ใกล้กัวลาลัมเปอร์ ตั้งอยู่ใน Mix-Use Project ขนาดใหญ่ที่ภาครัฐของมาเลเซียผลักดันให้เป็น Destination แห่งการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบที่สุดของมาเลเซีย

  • เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา ไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นแห่งใหม่ของอยุธยา ที่ผสมผสานเอกลักษณ์กลิ่นอายของจังหวัดอยุธยาเมืองมรดกโลกเข้ากับความร่วมสมัย โดยจะเป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดและศูนย์กลางการใช้ชีวิต และเป็นจุดแวะพักที่ดีที่สุด คาดว่าจะเปิดให้บริการในปลายปี 2562

  • เซ็นทรัล วิลเลจ แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดของ CPN ในรูปแบบ “ลักชูรี่เอาท์เล็ตระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย” เพื่อตอบรับกระแสการเป็นเมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ตอบรับเทรนด์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่รู้จักเลือกใช้สินค้า ซึ่งแพลตฟอร์มเอาท์เล็ตทั่วโลกมีการเติบโตอย่างมาก และเป็นสถานที่ must visit ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก”
  • เซ็นทรัลเวิลด์ โฉมใหม่ สร้างปรากฏการณ์ระดับโลกอีกครั้งในฐานะ “ต้นแบบของเดสติเนชั่นการใช้ชีวิตระดับโลก” ด้วยคอนเซ็ปต์ Central to Your World ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 61นี้ โดยจะช่วยสะท้อนภาพ Co-Create Center of Life ที่ชัดเจน ทั้ง Destination Concept ที่หลากหลาย และสร้าง Digital Platform ที่จะเกิดขึ้นเป็นศูนย์แรกๆ รวมถึงการสร้าง Business Initiative อีกมากมายร่วมกับร้านค้า โดยแบ่งเป็น 7 World – 7 Zone เช่น World of Luxe – โซนแฟชั่น และ World of Sport Culture – โซนกีฬา เป็นต้น

สำหรับภาพรวมธุรกิจ ซีพีเอ็นมีผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 21,234 ล้านบาท ในปี 2013 เป็น 30,875 ล้านบาท ในปี 2017 และล่าสุดในปี 2018 ตั้งเป้าเติบโตประมาณ 20% พร้อมแผนปรับโฉมศูนย์การค้าอื่นๆ ตอบรับเทรนด์อนาคตด้วย Destination Concept ที่วางไว้ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, พระราม 3, เชียงราย, ชลบุรี และเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช ที่จะเกิดขึ้นภายใน 2 ปีนี้ รวมถึงแผนพัฒนาธุรกิจอื่นๆ ทั้งสำนักงาน โรงแรม และโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อเติมเต็มธุรกิจศูนย์การค้า และเสริมสร้างความเป็น Center of Life สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจเชิงกลยุทธ์ของเซ็นทรัลพัฒนาที่เน้นการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ที่ผ่านมา CPN เป็นผู้นำในการนำคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ สู่วงการค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การบุกเบิกคอนเซ็ปต์ ‘One-Stop Shopping Center’ ครั้งแรกด้วยการเปิดตัว ‘เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว’ และต่อมากับ ‘Lifestyle Experience’ ที่ ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ และครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างคอนเซ็ปต์ครั้งยิ่งใหญ่ที่พร้อมก้าวข้าม Digital Disruption ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอีกครั้ง