ประกันสังคมถ้วนหน้า คืนสิทธิ มีสุข มาตรา 39

30.05.18 | 12:01 น.

โอกาสทองผู้ประกันตนเกือบ 8 แสนราย ได้คืนสิทธิ มาตรา 39 พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่ม สามารถขอคืนสิทธิได้ ระหว่าง 20 เมษายน 2561 – 19 เมษายน 2562 ย้ำรัฐบาลต้องการสร้างหลักประกันถ้วนหน้าให้ประชาชนในประเทศ

“รัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันชีวิตให้กับทุกคนในประเทศ สอดรับกับยุทธศาสตร์ของชาติ ที่ต้องการให้ทุกคนมีหลักประกันถ้วนหน้า”

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน
ให้ความสำคัญในการสร้างหลักประกันทางสังคมที่เป็นธรรมและเท่าเทียม สามารถคุ้มครองแรงงานได้อย่างทั่วถึง โดยการเพิ่มและปรับปรุงสิทธิประโยชน์ในทุกกรณี เพื่อประโยชน์และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งสอดรับกับนโยบายรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการสร้างหลักประกันสังคมถ้วนหน้าให้กับประชาชน ล่าสุดรัฐบาล โดยกระทรวงแรงงานได้ออกกฎหมายคืนสิทธิผู้ประกันตน ให้ผู้ประกันตนโดยสมัครใจมาตรา 39 ที่ขาดสิทธิและต้องการกลับเข้ามามีสิทธิในมาตรา 39 อีกครั้ง สามารถมายื่นคำขอคืนสิทธิ ได้ตั้งแต่ 20 เมษายน 2561 – 19 เมษายน 2562 ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกันตนในมาตรา 39 ประมาณ 1 ล้านกว่าคนที่อยู่ในระบบ และมีผู้ประกันตนอีกกว่า 777,228 ราย อยู่ในกลุ่มที่สามารถมาขอคืนสิทธิมาตรา 39

นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดมุ่งหมายที่รัฐบาลออกกฎหมายในการคืนสิทธิผู้ประกันตนมาตรา 39 ครั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันชีวิตให้กับทุกคนในประเทศ สอดรับกับยุทธศาสตร์ของชาติ ที่ต้องการให้คนไทยทุกคนมีหลักประกันถ้วนหน้าซึ่งในระยะยาวจะมีการแก้ไขกฎหมายประกันสังคมทั้งฉบับ เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนได้อยู่ในระบบ

Advertisement

สำหรับการขอคืนสิทธินั้น หากดำเนินการเร็ว ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์เร็ว สามารถตรวจสอบรายชื่อด้วยตนเอง ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th ว่าตนเองมีชื่ออยู่ในส่วนที่ได้รับการคืนสิทธิ พร้อมกันนี้
ทางสำนักงานประกันสังคมก็มีจดหมายไปถึงผู้ประกันตนที่อยู่ในกลุ่ม สามารถกลับมาขอคืนสิทธิด้วย
โดยสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพียงใบเดียว ไปที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ และยื่นคำขอพร้อมจ่ายเงินสด จำนวน 432 บาท ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือหักบัญชีธนาคาร 7 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารธนชาต, ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ

นอกจากนี้ยังสามารถกรอกแบบขอกลับไปเป็นผู้ประกันตน ส่งทางไปรษณีย์มายังสำนักงานประกันสังคม และไปจ่ายเงินผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารธนชาตทุกสาขา หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกสาขา ผ่านระบบ Pay at Post ที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ หรือผ่านเคาน์เตอร์ Cen Pay(ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล)

“กฎหมายการคืนสิทธิครั้งนี้ ไม่มีกำหนดว่าจะขาดส่งมามากน้อยแค่ไหน เพียงเคยเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจในมาตรา 39 มาก่อน สามารถมาขอคืนสิทธิได้ทุกคน แม้แต่ผู้ที่อายุ 60 ปี หรือมากกว่านั้น
ก็สามารถมาขอคืนสิทธิได้ นอกจากนี้ ยังนับระยะเวลาต่อจากที่เคยส่งเงินสมทบมาแล้ว”
นายสุรเดช กล่าว

หลังจากการจ่ายเงินสมทบเข้าระบบแล้ว สิทธิประโยชน์มีเช่นเดียวกับมาตรา 33 ครอบคลุมตั้งแต่เกิด จนตาย ตั้งแต่ เจ็บป่วย ค่าคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ ชราภาพ และตาย ยกเว้นไม่มีสิทธิเรื่องเงินชดเชยว่างงาน เนื่องจากเป็นการส่งเงินสมทบโดยไม่มีนายจ้าง หรือเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ

นายสุรเดช กล่าวต่อว่า สำนักงานประกันสังคม ได้ทำระบบการแจ้งเตือนผู้ประกันตน เป็นข้อความ SMS ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ เมื่อถึงเวลาที่ต้องจ่ายเงินสมทบ ซึ่งจะช่วยแจ้งเตือนผู้ประกันตน ไม่ให้ลืมเมื่อถึงเวลาที่ต้องนำส่งเงินสมทบ ฉะนั้นข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ประกันตนเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงกับทางสำนักงานประกันสังคมทุกครั้ง

นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมยังพัฒนาแอพพลิเคชั่น SSO Connect  ซึ่งจะสามารถให้ผู้ประกันตน ตรวจสอบทั้งการส่งเงินสมทบ และยอดรวมของเงินที่ส่งเข้าระบบ หรือจะสอบถามข้อมูลผ่านสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการ

“ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ มาตรา 39 ที่ขาดสิทธิ อย่านิ่งนอนใจ วันนี้รัฐบาลต้องการให้ประชาชน
มีหลักประกันชีวิตที่ดีถ้วนหน้า จึงเปิดโอกาสให้ขอคืนสิทธิได้ และเพียง 1 ปีเท่านั้น ระหว่าง 20 เมษายน 2561 – 19 เมษายน 2562 ยิ่งขอคืนสิทธิเร็ว ยิ่งได้รับความคุ้มครองเร็ว พร้อมทั้งสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมีให้กับผู้ประกันตน” นายสุรเดช กล่าวท้ายสุด