กรมพัฒนาที่ดินร่วมบูรณาการขยายผลต่อยอดแปลง “เกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง” วางเป้าเกษตรกรรายใหม่กว่า 6,306 แปลง มุ่งลดความเสี่ยงจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว พร้อมสร้างความมั่นคงด้านอาหารในชุมชน ลดรายจ่ายช่วยเพิ่มรายได้ถึง 20% หวังให้เกษตรกรยืนหยัดอยู่ได้อย่างยั่งยืน
นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ปี 2561 นี้ กรมพัฒนาที่ดินได้มีแผนร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เร่งขยายผลขับเคลื่อน “โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่” ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้โครงการ “5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง” โดยหน่วยงานต่างๆ จะร่วมส่งเสริมและผลักดันเกษตรกรรายใหม่ที่สมัครใจ หรือเกษตรกรที่มีพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมในการเพาะปลูกข้าวให้ปรับเปลี่ยนมาสร้างแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่เพิ่มมากขึ้น มีเป้าหมาย 70,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ

โดยปัจจุบันมีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการฯแล้ว 70,071 ราย สำหรับปี 2561ในส่วนของกรมพัฒนาที่ดินปีนี้ได้รับผิดชอบเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 6,306 ราย เกษตรกรจะได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมความรู้หลักสูตรปรับแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และเข้าใจถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่9 สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและทำการเกษตร เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างจิตสำนึกแห่งความพอเพียงในด้านต่าง ๆ
ในปีงบประมาณ 2561 กรมพัฒนาที่ดินสนับสนุนการดำเนินงานโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่โดยสนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการจัดการดินและปัจจัยการผลิตด้านการพัฒนาที่ดินที่เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรรายใหม่ปี 2561 และเกษตรกรรายเดิมปี 2560 ที่มีความต้องการกิจกรรมด้านการพัฒนาที่ดินตามความเหมาะสมโดยเน้นการพึ่งพาตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

“ในปี 2562 กรมพัฒนาที่ดินจะยังคงร่วมบูรณาการสานต่อการพัฒนาและขยายผลโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่อย่างต่อเนื่อง อนาคตคาดว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯกลุ่มแรกจะเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพิ่มมากขึ้น และก่อเกิดเครือข่ายเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเกษตรกร ทั้งยังมีแหล่งอาหารบริโภคภายในครัวเรือนอย่างเพียงพอ ช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้สูงขึ้นด้วย” นายสุรเดช กล่าว

