ททท.เปิดTTM+2018พลิกจุดขายพัทยา-EEC
หวัง3วันแจ้งเกิดเมืองรองธุรกิจสะพัด2พันล้าน

13.06.18 | 17:15 น.

ททท.นำทัพเอกชนท่องเที่ยวเปิด TTM +2018 กระหึ่มภาคตะวันออก ระหว่าง 13 – 15 มิถุนายน ที่โอเชียน มารีน่า ยอร์ช คลับ ลุยพลิกจุดขายใหม่พัทยา และ EEC ตลอด 3 วันดันยอดเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวไทยกับทั่วโลกสะพัด 2 พันล้าน ต่อยอดบูมแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองรองรอบภาคตะวันออก

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานเปิดงาน Thailand Travel Mart (TTM +) 2018 วันที่ 13 มิถุนายน 2561 ณ โอเชียน มารีน่า ยอร์ช คลับ พัทยา จังหวัดชลบุรี เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนการค้าภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระหว่างไทยกับทั่วโลก และยังได้เปิดโอกาสสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกในกลุ่มลุ่มน้ำโขง (CLMV) กัมพูชา สสป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และจีนตอนใต้ เข้ามาร่วมนำสินค้าทางการท่องเที่ยวมาเสนอขายกับคู่ค้านานาชาติในงานนี้ด้วย

ส่วนไทยพร้อมจะนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงสู่สายตาชาวโลก โปรโมตพื้นที่เมืองหลักเมืองรองตามแนวระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก ((Eastern Economic Corridor : EEC) ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 10 อุตสาหกรรมดาวรุ่ง ไปพร้อมกับการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน ท้องถิ่น ซึ่งมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น  เพื่อต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การจัดงาน Thailand Travel Mart (TTM +) 2018 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 17 ระหว่าง 13-15 มิถุนายน 2561 ที่โอเชียน มารีน่า ยอร์ช คลับ พัทยา ตั้งเป้าภายในงานจะสามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจจากการเจรจาซื้อขายท่องเที่ยวได้ประมาณ 1,441 ล้านบาท และสร้างรายได้ต่อเนื่องในอีก 1 เดือนข้างหน้ารวมแล้วเกือบ 2,000 ล้านบาท ประเมินจากผู้เข้าร่วมงานกว่า 700 ราย แบ่งเป็นกลุ่มตัวแทนผู้ซื้อการท่องเที่ยวจากทั่วโลก 292 ราย ผู้ขายในไทย 363 หน่วยงาน สื่อมวลชนนานาชาติอีกกว่า 120 คน ได้รับการชื่นชมจากผู้ซื้อและผู้ขาย โดยได้ใช้เวทีงานนี้ขยายจุดขายท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองรองรอบระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) สร้างภาพลักษณ์มุมใหม่ทั้งในพัทยาและจังหวัดโดยรอบอย่าง ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี พร้อมทั้งการบรรจุแผนพัฒนาการตลาดท่องเที่ยวไว้ตั้งแต่แรกทำให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจ และการพักผ่อน และได้ใช้โอกาสงานนี้ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวผสมผสานเข้าไป ด้วยวิธีโปรโมตเมืองรองตามนโยบายรัฐบาล ไฮไลต์โดยการนำอาหารถิ่นภาคตะวันออกมาเสิร์ฟตลอดการจัด TTM +2018 ดูความสนใจแก่ผู้เข้าร่วมเจรจาธุรกิจควบคู่กับการสร้างความประทับใจแก่ทุกคน เรื่อยไปจนถึงการตอกย้ำพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นใหม่ ๆ เรื่องความโรแมนติกสามารถจุดประกายขายตลาดไฮเอนด์ต่อไป

ภายในงานมีกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่เข้ามาสร้างความคึกคักทั้งจาก เลบานอน อุรุกวัย และผู้กลุ่มตัวแทนธุรกิจ ที่พร้อมจะปลุกกระแสการท่องเที่ยวเมืองไทย5 อันดับแรก ได้แก่ จีน สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย อินเดีย สหรัฐอเมริกา

Advertisement

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การจัดงาน TTM +2018 ปีนี้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้มีการกำหนด Theme ชัดเจนคือ “Million Shades of Romance” ซึ่งพร้อมพลิกโฉมความแปลกใหม่แตกต่างจากเดิม 4 เรื่องหลักๆ ได้แก่ 1.สร้างภาพจำใหม่ทางการท่องเที่ยวพัทยาและเมืองรองในฝั่งทะเลตะวันออกใหม่เป็นเมืองแห่งเส้นทางท่องเที่ยวโรแมนซ์ มีสถานที่สวยงามทั้งธรรมชาติทางทะเลสีฟ้ามากมาย เหมาะกับการจัดแต่งงาน ฮันนีมูน คู่รัก 2.เปิดเวทีให้ ททท.เป็นผู้นำทัพรณรงค์การท่องเที่ยวลดขยะเป็นวาระแห่งโลก โดยเชิญชวนสื่อมวลชนทั่วโลกที่เข้าร่วมงานเผยแพร่แนวทางของ ททท.อีกทั้งภายในงานยังนำร่องทำกิจกรรมตัวอย่างคือ ไม่ใช้กระดาษ ไม่แจกขวดน้ำหลอดพลาสติก และเน้นให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม 3.นำต้นแบบ TTM +2018 ครั้งนี้เป็นโมเดลจัดงานครั้งต่อไปด้วยการพุ่งเป้าขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มไฮเอนด์ที่สนใจท่องเที่ยวเฉพาะหรือ Niche Market ซึ่งปัจจุบันไทยมีส่วนแบ่งรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวมากถึงปีละเกือบ 2 แสนล้านบาท คิดเป็นประมาณ 10 % ของเป้าหมายปี 2561 ที่ตั้งไว้จากตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 2 ล้านล้านบาท 4.เปิดจุดขายใหม่เรื่องการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor :EEC) เนื่องจากการพัฒนาระบบโครงข่ายโลจิสติกส์การคมนาคมขนส่งการเดินทางจากพัทยา ตั้งแต่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา การก่อสร้างถนนสุขุมวืทใหม่ และการเตรียมสร้างรถไฟรางคู่เป็นวงแหวนในจังหวัดแถบภาคตะวันออก ซึ่งก่อนและหลังการจัด TTM + 2018 ได้จัดทำโปรแกรมนำผู้ประกอบการและสื่อมวลชนต่างประเทศลงไปตามแหล่งท่องเที่ยว โดยจะโปรโมตให้เป็นมหานครแห่งเมืองผลไม้ของประเทศ

ขณะเดียวกันก็จะเร่งทำกิจกรรมสื่อสารการตลาดในประเทศ จังหวัดจันทบุรี สร้างจุดขายใหม่ด้วยธีมคอนเซ็ปต์ “สุขทุกวันที่จันทบุรี” นำเสนอการท่องเที่ยวแบบครบวงจรทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อาหาร ผลไม้ เมืองสมถะ มีสิ่งแวดล้มและเป็นมิตรกับทุกคน ดึงดูดผู้ที่ถวิลหาเมืองแห่งที่มีภาพลักษณ์ผสมผสานการอนุรักษ์ความเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางจิตใจ