เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 16 มิถุนายน ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรีรายงานว่า หลังจากมีภาพเป็นข่าวว่า ครูสาวท่านหนึ่ง ชื่อครูออน อรจิรา สื่อสารผ่านเฟสบุ๊ค มีภาพโอบกอดเด็กนักเรียน พร้อมกับพูดคุยทักทายเป็นภาษาอังกฤษก่อนเข้าชั้นเรียน ให้นักเรียนกล้าพูด – เรียนภาษาอังกฤษ สร้างความฮือฮาและเป็นที่สนใจให้กับคนทั้งประเทศ มียอดเข้าชมกดไลค์มากกว่าล้านไลค์ เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่อีกครั้งดูชีวิตครูอรจิรา หรือครูอร ครูอัตราจ้างโรงเรียนบ้านหนองจิก สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาขั้นพื้นฐาน เขต 2 ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ทราบว่าครูอรเป็นครูอัตราจ้าง สอนชั้นประถมปีที่ 3 ยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ
หลังจากที่เป็นข่าวโด่งดังไปแล้วมีหลายคนต่างเห็นว่าครูอรจิราสมควรที่จะได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้เป็นครูเต็มรูปแบบ พร้อมเสียงสะท้อนเสียงตอบรับจากประชาชนที่ทราบข่าว ทุกคนได้ฝากถึงผู้มีตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบและบางคนฝากถึงนายกรัฐมนตรีให้บรรจุรับราชการครูด้วย ซึ่งรวมถึงเด็กๆ ด้วย บอกอยากให้ครูอรจิราสอนหนังสือต่อไป
หากไม่มีการบรรจุเป็นครูแล้วครูอรจะไม่ได้สอนหนังสือเด็กต่อไปอีก เพราะครูอรจิราเป็นแค่ครูอัตราจ้างเท่านั้น และค่าจ้างที่จ้างครูอรจิราได้ เป็นงบประมาณมาจากการทอดผ้าป่าสามัคคีขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร่วมกับคณะครูผู้ปกครองในท้องถิ่นมาจ่ายเป็นค่าตอบแทนหรือค่าจ้าง ครูอรจิรา
ครูอรจิราเป็นที่รักของทุกคนในโรงเรียนและผู้ปกครอง พบมีคนส่งแรงใจและเห็นด้วยที่จะให้ครูอรได้รับการบรรจุเป็นครู ครูอรจิราพรั่งพร้อมด้วยคุณสมบัติวิญญาณประการทั้งปวงทั้งคุณวุฒิวัยวุฒิของ “เรือจ้าง”
สภาพชีวิตจริงของครูอรจิราที่บ้าน พบว่าครูอรจิรามีฐานะที่ปานกลาง ครูอรเป็นลูกสาวคนสุดท้องและดูแลพ่อแม่ด้วยซึ่งพี่น้องแยกย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมด และพอมีความรู้บ้างแต่ไม่มากนัก โดยครูอรมีโอกาสได้เรียนจบชั้นปริญญาตรี
ครูอรจิราอาศัยอยู่ที่บ้านกับลูกสาวสองคน ต้องตื่นแต่เช้ามืดเตรียมตัวไปซื้อกับข้าวไปให้พ่อแม่ที่อยู่อีกบ้านหนึ่ง โดยมีลูกของพี่ชายคนโต มาคอยช่วยดูแลให้ ครูอรจิราแทบจะไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเอง เพราะนอกจากจะเป็นครูสอนที่โรงเรียนแล้ว ยังเปิดศูนย์สอนภาษาอังกฤษในวันหยุดทุกวันเสาร์ เพื่อที่จะหารายได้เสริม แต่ไม่ใช่เป็นธุรกิจเหมือนกับคนอื่น เพียงแต่เปิดสอนภาษาฯให้กับผู้ที่สนใจอยากจะเรียนพิเศษ คนที่เรียนไม่เก่งเรียนไม่ทันเพื่อน หากจะมาเรียนด้วยก็รับสอนให้คิดชั่วโมงละไม่กี่บาท เรียกว่ารับสอนคนที่ขาดความมั่นใจ หรืออ่าน-เขียนไม่ได้ ไม่ใช่เปิดสอนคนเก่งหรือพร้อมอยู่แล้ว แม้รายได้แทบจะไม่พอใช้จ่ายแต่ครูอรจิราก็ยังจะสอนให้เด็กๆต่อไป ซึ่งส่วนตัวสงสารเด็กอยากให้เด็กมีความรู้ความสามารถเท่าเทียมคนอื่น อยากให้เด็กๆมีความรู้ใช้ภาษาอังกฤษได้เก่งเหมือนเด็กที่มีโอกาสได้เรียนที่ดีๆ ครูอรจิราได้ค่าจ้างเดือนละ7,500บาท ครูอรจิราก็ไม่ท้อ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาที่จะทำหน้าที่สอนเด็กให้มีความรู้ ความชำนาญในการใช้ภาษาอังกฤษ ให้เด็กอย่างไม่ย่อท้อ


