หน้าแรก ภูมิภาค ผสานความชอบสู...

ผสานความชอบสู่ลวดลายงานศิลป์ ‘น้องเดี่ยว’ หนุ่มรุ่นใหม่ ผู้สืบสานหัตถศิลป์ ‘ผ้าไหมแพรวา’

16.06.18 | 09:30 น.

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 2 บ้านม่วงคำ ต.โนนศิลา อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ นางวันเพ็ญ เต็มรัตน์ นายอำเภอสหัสขันธ์ พร้อมด้วยนางคำสอน สระทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) นางณฐอร การถัก ปลัดเทศบาล ต.โพน นางกัลยา จรเอียด เกษตรอำเภอสหัสขันธ์ นายวิทวัส โสภารักษ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวฯ อ.สหัสขันธ์ และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับนายสุเทพ ขวัญเผือก ผู้อำนวยการอนุรักษ์และตรวจสอบมาตรฐานหม่อนไหม และคณะกรรมการการคัดเลือกทายาทหม่อนไหมระดับประเทศ ประจำปี 2561 เพื่อดำเนินการคัดสรรและเลือกบุคคลที่เหมาะสมเป็นทายาทหม่อนไหมในชุมชน

นางวันเพ็ญกล่าวว่า สำหรับพื้นที่ อ.สหัสขันธ์หลายชุมชนได้มีการทอผ้าไหมแพรวา ทั้งการสืบสานงานหัตถศิลป์มาจากบรรพบุรุษ และการส่งเสริมการทอผ้าไหมแพรวาจากส่วนราชการ ในส่วนของการสืบสานวัฒนธรรมการทอผ้าไหมแพรวาในพื้นที่ ต.โนนศิลา อ.สหัสขันธ์ ทราบว่าเป็นชุมชนดั้งเดิมที่ทอผ้าไหมแพรวามาช้านาน ด้วยเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านโพน อ.คำม่วง และมีการทอผ้าไหมแพรวากันทุกครัวเรือน จนถึงปัจจุบันมีครัวเรือนที่ทอผ้าไหมแพรวาเฉพาะที่บ้านม่วงคำมีกว่า 30 ครัวเรือน เป็นการรวมกลุ่มกันของคนในชุมชน โดยมีคนรุ่นใหม่อย่างนายวิทวัส โสภารักษ์ หรือน้องเดี่ยว เป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมด้านการทอผ้าไหมเอกลักษณ์ลายโบราณ และนำการตลาดสู่ระดับสากลที่ทำให้หมู่บ้านนี้นอกจากรายได้จากอาชีพเกษตรกรรมแล้วยังมีรายได้หลักจากการจำหน่ายผ้าไหมแพรวาสะพัดหลายล้านบาทต่อปี


“ทั้งนี้ ในด้านการสร้างความเข้มแข็งแบบยั่งยืน ทาง อ.สหัสขันธ์ได้วางแผนที่จะส่งเสริมให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนเป็นพี่เลี้ยงในการสร้างชุมชนให้เป็นต้นแบบการเรียนรู้การทอผ้าไหมแพรวา โดยที่ผ่านมาผลงานของน้องเดี่ยว หรือนายวิทวัสได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนสหัสขันธ์มามากมายทั้งการประกวดระดับจังหวัดและระดับประเทศ โดยเฉพาะรางวัลชนะเลิศผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ประจำปี 2561 ที่ได้มาถึง 3 รางวัล ประกอบด้วย ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานสีทอง ประเภทผ้าไหมแพรวา (สีธรรมชาติ) ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน ประเภทผ้าแพรวา (สีเคมี) และผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน (สีธรรมชาติ) ประเภทผ้าไหมแพรวา ซึ่งเป็นการจัดการประกวดโดยกรมหม่อนไหม ขณะที่การประเมินทายาทหม่อนไหมในชุมชนระดับประเทศ ปี 2561 นอกเหนือจากจะเป็นความภาคภูมิใจของชาวอำเภอสหัสขันธ์และ จ.กาฬสินธุ์แล้ว ยังเป็นต้นแบบของการเรียนรู้ของชุมชนในการขับเคลื่อนภูมิปัญญาโดยคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเป็นแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ในชุมชนด้วย” นางวันเพ็ญกล่าว

นายวิทวัส หรือน้องเดี่ยว กล่าวว่า เริ่มทอผ้าไหมแพรวามาตั้งอายุ 9 ขวบ ครูคนแรกคือแม่ ที่สอนการทอผ้าไหมแพรวา ในภาพจำสมัยเด็ก เราเห็นชุมชนทอผ้าที่ใต้ถุนบ้านกันทุกหลัง ช่วยกันย้อมไหม ช่วยกันทอสอนลูกสอนหลานให้รู้จักการทอผ้าไหมแพรวา แต่จนมาสู่ช่วงหนึ่งตามยุคสมัย พบว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกับเราไม่ได้สนใจการทอผ้าไหมแพรวาเลย ทั้งๆ ที่เป็นงานหัตถศิลป์ที่สืบทอดจากบรรพบุรุษในพื้นถิ่นของตนเอง และกลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เรารักผ้าไหมแพรวามากยิ่งขึ้น ซึ่งการเข้าไปศึกษากับชุมชนบ้านโพน เพื่อดูกรรมวิธีการทอ การย้อม และศึกษาช่องทางการตลาดควบคู่กันไป โดยส่วนตัวนั้นจะทอผ้าไหมแพรวาแบบลายโบราณมากกว่าลายสมัยใหม่ ขณะที่การจำหน่ายผ้าไหมแพรวามีลูกค้าประจำที่ติดตามผลงานมาเลือกซื้ออยู่ตลอด ส่วนการออกตลาดขายตามงานเทศกาลต่างๆ ยังพบว่าผ้าไหมแพรวาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังสามารถจำหน่ายได้ราคาแม้ว่าบางผืนจะมีราคาถึง 6 หลักก็ยังขายได้

Advertisement