จากกรณีนายอานนท์ ภูชะนาม อายุ 42 ปี ชาวบ้านหัวงัว ม.8 ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เนื่องจากมีอาการไข้และหนาวสั่นจนกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติถูกสุนัขกัด แต่ไม่ฉีดวัคซีน และผลการตรวจของแพทย์ระบุว่าการเสียชีวิตเกิดจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาญาติๆ และเพื่อนบ้านได้นำศพกลับมาจากโรงพยาบาลและตั้งศพไว้บำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 95 ม.8 บ้านหัวงัว ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของญาติๆ โดยเฉพาะนางสมจิตร นระแสน อายุ 62 ปี มารดาของนายอานนท์ ซึ่งยังอยู่ในอาการเสียใจและร้องไห้ตลอดเวลา เนื่องจากยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกชายอย่างไม่คาดคิดจากโรคพิษสุนัขบ้า เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นใครเสียชีวิตด้วยโรคนี้มานานแล้ว
โดยการเสียชีวิตของนายอานนท์จากโรคพิษสุนัขบ้าครั้งนี้สร้างความหวาดวิตกให้กับญาติและเพื่อนบ้านใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ไม่พบข้อมูลผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้ามานานหลายสิบปีแล้ว อีกทั้งเหตุการณ์ที่นายอานนท์ถูกสุนัขกัดนั้นเกิดขึ้นมานาน 6-8 เดือนแล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา จึงทำให้ญาติและเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดเคยสัมผัสตัวนายอานนท์เกิดความหวั่นวิตกและหวาดผวาเกรงว่าจะติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจากนายอานนท์ ทำให้ทุกคนต้องเดินทางไปฉีดวัคซีนกันไปตามๆ กัน เพราะนายอานนท์นั้นมีอาชีพเป็นช่างไฟฟ้ารับเหมางานตามบ้านเรือนประชาชน และเป็นคนอัธยาศัยดี มักไปมาหาสู่กับเพื่อนบ้านประจำ นอกจากนี้จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่พบว่ามีชาวบ้านหัวงัวและหมู่บ้านใกล้เคียงเกรงจะติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าและต้องการฉีดวัคซีนกันทั้งหมู่บ้านมากกว่า 600 คน
นางจันทร์ศรี ปทุมวัน อายุ 75 ปี ชาวบ้านหัวงัว ม.8 ซึ่งเป็นยายของนายอานนท์ กล่าวว่า ไม่เคยคาดคิดว่าหลานจะเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า เพราะโรคนี้ไม่มีการแพร่ระบาดมานานแล้ว อีกทั้งที่ผ่านมาตนและชาวบ้านไม่ทราบเลยว่าการที่ถูกสุนัขกัดแล้วจะถึงตายได้ อีกทั้งที่ผ่านมาหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้านสุขภาพอนามัยระดับจังหวัดก็ไม่ได้ลงพื้นที่ให้ความรู้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและจริงจัง โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันรักษาโรคพิษสุนัขบ้า ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ขาดความรู้ในเรื่องนี้ เพราะไม่คาดคิดว่าการถูกสุนัขกัดถึงตายได้ แต่เพื่อความปลอดภัยล่าสุดตนได้ไปฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม เพราะเมื่อช่วง 1-2 เดือนก่อนตนเคยเช็ดเลือดที่ศีรษะให้กับนายอานนท์ จึงเกรงว่าการสัมผัสเลือดจะติดเชื้อพิษสุนัขบ้าอีก และยังมีญาติที่ใกล้ชิดต้องไปฉีดวัคซีนอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเพื่อนบ้านอีกหลายคน ซึ่งเท่าที่ทราบประมาณกว่า 600 คนเกือบทั้งหมู่บ้านต้องการที่จะไปฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าเพราะเกรงว่าจะติดเชื้อ
ด้านนางสมจิตร นระแสน อายุ 62 ปี มารดาของนายอานนท์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุลูกชายถูกสุนัขกัดตนก็พยายามบอกให้ลูกชายไปฉีดวัคซีนหลายครั้ง แต่ลูกชายไม่ไป เพราะคิดว่าล้างแผลที่ถูกกัดแล้ว กระทั่งเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ลูกชายมีอาการไข้สูงและหนาวสั่น ซึ่งตนก็เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้แต่กลับมาท่าทางแปลกและกลัวน้ำจึงนำตัวไปส่งโรงพยาบาลยางตลาดและนำตัวส่งต่อที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์จนเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าดังกล่าว
“ไม่คาดคิด ไม่คาดฝันว่าการที่ลูกชายถูกสุนัขกัดในครั้งนี้จะทำให้เสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนและครอบครัวก็ได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันไว้แล้ว เพราะทุกคนอยู่ใกล้ชิด ซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะได้รับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า สำหรับศพลูกชายนั้นจะทำการฌาปนกิจในวันนี้ (วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2561)” นางสมจิตรกล่าว
ขณะที่นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้นายแพทย์ประวิตร ศรีบุญรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ นายอำเภอยางตลาด นายวันชัย ถวิลไพร ปศุสัตว์ จ.กาฬสินธุ์ นายแพทย์บรรพจน์ สุวรรณชาติ ผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นพ.วรวิทย์ เจริญพร ผอ.โรงพยาบาลยางตลาด ลงพื้นที่เข้าไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมและเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) ของอำเภอ เพื่อติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์และวางแผนการดำเนินงานต่อไป
นายแพทย์ประวิตร ศรีบุญรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากรายงานการสอบสวนโรคของสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ พบว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นชายอายุ 42 ปี โดยก่อนเข้าโรงพยาบาลมีประวัติถูกสุนัขกัดเมื่อ 6-8 เดือนก่อน และสุนัขที่กัดไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ทำให้ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตปีนี้รวมทั่วประเทศ 11 ราย ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นที่แล้ว ทั้งการสื่อสารความเสี่ยงแก่กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยและประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยงในละแวกใกล้เคียง เร่งค้นหาผู้ที่มารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงประสานปศุสัตว์อำเภอจัดให้บริการวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ อีกทั้งได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) ของอำเภอ เพื่อรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์

สำหรับโรคพิษสุนัขบ้าสามารถพบได้ตลอดทั้งปี ซึ่งพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในสุนัข แมว และโค สัตว์ที่มีเชื้อมักแสดงอาการทั้งแบบดุร้ายและแบบซึม เช่น นิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม ก้าวร้าวดุร้าย กัดไม่เลือก บางตัวอาจซึมและมีอาการทางระบบประสาท เช่น ชัก เดินโซเซ เห่าหอนผิดปกติหรือไม่มีสาเหตุ โดยสุนัขที่แสดงอาการมักจะตายภายใน 10 วัน จึงขอแนะนำประชาชนว่า หากถูกสุนัขและแมวกัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลายๆ ครั้ง และใส่ยาเบตาดีนหลังล้างแผล เพื่อลดการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หากได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ควรไปตามนัดทุกครั้ง ทั้งนี้ขอให้ประชาชนยึดหลัก “คาถา 5 ย.” ได้แก่ 1.อย่าเหยียบ บริเวณลำตัว ขา หรือหางของสัตว์ 2.อย่าแยก สัตว์ที่กำลังกัดกัน 3.อย่าแหย่ สัตว์เพราะอาจโดนข่วนหรือกัดได้ 4.อย่าหยิบ อาหารขณะสัตว์กำลังกิน 5.อย่ายุ่ง กับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า

