ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายวันที่ 18 มิถุนายน เกิดเหตุรถรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 52-4357 กรุงเทพมหานคร บรรทุกของเหลวประเภทกรดไนตริก น้ำหนักรวม 12 ตัน และถูกแยกบรรจุอยู่ถังพลาสติกขนาดถังละ 200 ลิตร รวมจำนวน 45 ถัง ซึ่งทั้งหมดถูกบรรทุกใส่อยู่ในตู้ทึบของท้ายรถบรรทุกสิบล้อดังกล่าว ซึ่งถังพลาสติกได้แตกจากการกระแทก และมีการรั่วไหลของกรดไนตริกจำนวนมากขณะวิ่งรถผ่านถนนใกล้ปากทางเข้านิคมอุตสาหกรรมแฟคตอรีแลนด์-วังน้อย และแยกจากถนนพลโยธินมาแล้ว อยู่ในเขตตำบลข้าวงาม อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผลจากการรั่วไหลของสารเคมีทำให้ทุกคนในพื้นที่แสบตาและจมูกเป็นอย่างมาก
ล่าสุด หน่วยงานภาครัฐ นำโดย น.ส.เจริญขวัญ แก้วทองราช เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยนายบุญส่ง ภูกองชัย อายุ 42 ปี คนขับรถบรรทุก ให้ข้อมูลว่า ได้รับสารเคมีทั้งหมดจากบริษัท วี.เอส. เคม (1970) จำกัด จากสมุทรปราการ มาส่งให้ บริษัท ที.เอส.ที จำกัด ภายในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ ระหว่างขับรถเพื่อข้ามสะพาน แต่ด้วยความเร็ว ทำให้ช่วงลงสะพานเกิดการกระแทกของถังภายในรถ และคาดว่าถังแตกจนสารเคมีรั่วไหลออกเรี่ยราดบนถนนเป็นทางยาว 300 เมตร จนกระทั่งจอดรถยังมีสารเคมีไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มีการใช้สารเคมีบางชนิดมาซับของเหลวที่รั่วไหลและป้องกันการฟุ้งกระจาย คาดว่ายังต้องใช้เวลาต่อไปในการแก้ไขปัญหา
และในเวลา 11.30 น. พบว่ามีการใช้โซเดียมคาร์บอเนต หรือโซดา แอช มาเป็นตัวควบคุมและซับของเหลวกรดไนตริกที่มีลักษณะเป็นของเหลวไม่มีสี กลิ่นฉุนรุนแรง และมีความเป็นกรดสูง และพบว่าสามารถลดอันตรายของกรดไนตริกลงได้ดี ถือเป็นการแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่งแล้ว
อย่างไรก็ตาม รถบรรทุกคันดังกล่าวอ้างว่า มีใบอนุญาตขนส่งสารเคมี แต่ต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งว่า การขนส่งสารเคมีอันตรายแบบกรดไนตริกจะใช้รถและถังแบบนี้ได้หรือไม่



