เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 มิถุนายน เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ นำโดยนายชัชวาล ทองดีเลิศ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ นายบัณรส บัวคลี่ น.ส.ลักขณา ศรีหงส์ นางคำศรีดา แป้นไทย นางพิมพ์สุชา สมมิตรวศุตม์ และสมาชิกในพื้นที่ร่วมจัดเวทีเสวนาระดมความคิดเห็นเพื่อสถาปนาดอยสุเทพให้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายจารีตประเพณี ณ ห้องประชุมห้วยแก้ว ส่วนจัดการต้นน้ำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

โดยนายชัชวาล กล่าวว่า ดอยสุเทพเป็นตำนานที่มีความศรัทธาและความเคารพจากผู้คน มีกฎจารีต และความเชื่อตามประเพณีของตนเอง แต่สิ่งเหล่านี้จะถูกพูดถึงเมื่อเกิดปัญหา เพราะจารีตประเพณีไม่มีลายลักษณ์อักษร กรณีการก่อสร้างบ้านพักตุลาการซึ่งอ้างว่าถูกต้องตามกฎหมาย เราคงสู้ด้วยกฎหมายไม่ได้ แต่ครั้งนี้ต้องต่อสู้ด้วยกฎจารีต ความเชื่อถือ ศรัทธา และจิตวิญญาน เพื่อให้การฟื้นฟูอนุรักษ์ดอยสุเทพเกิดความยั่งยืน ที่ผ่านมาเพราะดอยสุเทพงดงามและใกล้เมืองที่สุด ทำให้มีโครงการของหน่วยงานต่างๆ เกิดขึ้นตลอด จำเป็นต้องสถาปนาดอยสุเทพให้เป็นนิติบุคคล ให้ใหญ่กว่ากฎหมาย และต้องให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจสิ่งที่เป็นกฎจารีตประเพณีนี้ด้วย
“กฎจารีตเป็นสิ่งที่อยู้ในใจ ไม่ต้องใช้กฎหมายบังคับ แต่ใช้ใจบังคับ เป็นจิตวิญญานที่แตกต่างจากกฎหมายปกติ เมืองเชียงใหม่เป็นเมืองวนานคร ซึ่งมีความหมายว่าเป็นเมืองที่อยู่กับป่า และป่าเป็นส่วนหนึ่งของเมือง ซึ่งแสดงว่าดอยสุเทพ น้ำปิง คือ เชียงใหม่ ดังนั้นจารีตประเพณีก็คือรากที่มีมาก่อนกฎหมายสมัยใหม่” นายชัชวาล กล่าว
ส่วนนายบัณรส กล่าวว่า ดอยสุเทพถูกกระทำมาตลอด ทั้งที่เรามีกฎจารีต มีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมานาน ซึ่งความจริงก็คือสิทธิชุมชนในปัจจุบัน ในหลายประเทศ อาทิ นิวซีแลนด์ อินโดนีเซีย อินเดีย มีการเริ่มต้นโดยชนพื้นเมืองที่อยู่มาก่อนที่ถือว่าแม่น้ำ ภูเขา และศาสนสถาน เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิไม่สามารถละเมิดได้ และในที่สุดศาลสูงของประเทศนั้นๆ ก็ประกาศให้แม่น้ำ ภูเขา และศาสนสถาน หรือเทวรูป เป็นนิติบุคคลที่ห้ามคนไปยุ่งไปทำลาย
ดร.ณรงค์ศักดิ์ มงคล นักวิชาการจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงการนำหลักกฎหมายนิติบุคคลและกฎหมายจารีตประเพณีมาใช้กับการจัดการทรัพยากรที่สำคัญและเสี่ยงต่อความเสื่อมโทรมสูงว่า ในปีที่ผ่านมาศาลของประเทศโคลัมเบียประกาศให้แม่น้ำโคลัมเบียและอทราโต้เป็นนิติบุคคลหลังเกิดปัญหาความขัดแย้งที่นำมาซึ่งการตัดไม้จำนวนมาก เกิดภาวะเรือนกระจก โดยเยาวชน 25 คน ยื่นเรื่องฟ้องร้อง ส่วนในอินเดียมีการประกาศให้เทวรูปเป็นนิติบุคคลมีองค์กรพิทักษ์เพื่อเข้ามาจัดการ ในขณะที่นิวซีแลนด์ประกาศให้แม่น้ำวังกานุยที่มีความยาว 270 เมตร บริเวณเกาะเหนือเป็นนิติบุคคล เพราะชนเผ่าเมารีคนพื้นเมืองดั้งเดิมยึดถือว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ จนเกิดคณะกรรมการพิทักษ์โดยตัวแทนรัฐและชนเผ่า พร้อมมีคณะที่ปรึกษาและคณะกำหนดยุทธศาสตร์
“กรณีป่าแหว่งไม่ชอบด้วยกฎหมายและกระบวนการ เนื่องจากชุมชนไม่มีส่วนร่วมเลย ดังนั้นการจัดการแก้ปัญหานี้ต้องนำมาทั้งสองกระแสคือ จารีตประเพณีดั้งเดิมและสัญญาประชาคมเพื่อเข้ามาจัดการดอยสุเทพโดยชุมชน คนเชียงใหม่ต้องออกมาขยับหากรัฐไม่ทำ สถาปนาโดยอำนาจท้องถิ่นจัดการวิถีชีวิตตนเองเพื่อให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ คือสามารถรวมหลักนิติศาสตร์ นิเวศ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เข้ามาจัดการอย่างนุ่มนวลซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อทุกพื้นที่”
ดร.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า การสถาปนาดอยสุเทพเป็นนิติบุคคลมีความเป็นไปได้ แม้จะมีอุปสรรคจากการปะทะกันของกฎหมายปัจจุบันกับจารีตประเพณี โดยทำให้ชาวเชียงใหม่และคนทั้งประเทศเข้าใจว่าดอยสุเทพมีความสำคัญและในอดีตที่ผ่านมามีระบบการจัดการตนเองมาก่อนโดยชุมชนที่เคารพศรัทธามาคู่ขนานไปกับกฎหมายปัจจุบัน แม้ไม่ง่ายที่จะให้เกิดการยอมรับโดยรัฐ แต่ในอนาคตทุกอย่างเกิดขึ้นได้โดยอาศัยความเข้าใจและมีการส่วนร่วมของชุมชนและรัฐ
ในขณะที่นายเกริก อัครชิโนเรศ ผู้เชี่ยวชาญด้านล้านนา กล่าวว่า กรณีปัญหาบ้านพักตุลาการ หรือป่าแหว่ง เป็นการรบกับทางจิตสำนึกของคู่กรณีที่ถือกฎหมายในมือ เราต้องสู้กับเขาด้วยความรู้สึกและกระตุ้นในเกิดจิตสำนึก เพราะดอยสุเทพคือสิ่งสำคัญของเมืองและของผู้ที่มีจิตศรัทธา
ส่วนนายประสงค์ แสงงาม ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์ล้านนา กล่าวเสริมว่า ดอยสุเทพเป็นดอยพิเศษ มีความศักดิ์สิทธิที่ใครจะมาละเมิดไม่ได้ ทุกวันนี้ในป่าดอยสุเทพยังมีจุดเลี้ยงผี เป็นป่าพิธีกรรมหากใครมาทำไม่ดีจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า ขึด เกิดสิ่งอัปมงคลต่อบุคคลนั้นๆ กรณีการขึดต่อดินน้ำป่าพื้นที่บ้านป่าแหว่ง มีการตัดดอยเปลี่ยนทิศทางและถมทางน้ำ จะก่อให้เกิดภัยพิบัติต่อผู้อยู่อาศัย เรียกว่าตกอยู่ในจุดอันตรายใหญ่หลวง เมื่อไม่อยากให้เกิดก็ต้องทำพิธีแก้ขึดโดยยึดตามจารีตประเพณีที่ดีงามมาแต่เก่าก่อน

