เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ว่าที่ ร.ต.กิตติภพ รอดดอน นายอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมคณะ เข้าตรวจสอบแนวปะการังที่หน้าโรงแรมพาราไดซ์ บีช รีสอร์ท ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้เฟซบุ๊กเพจ “รวมพลฅนหมุย” และชาวบ้านในพื้นที่เข้ามาว่า เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน มีแรงงานชาวเมียนมา 3 คน เป็นหญิง 2 คน และชาย 1 คน อาศัยช่วงน้ำลงเดินเข้าไปที่แนวปะการังแล้วงัดเอาหอยมือเสือออกจากโขดหินไป แต่จากการลงพื้นที่สำรวจจุดเกิดเหตุ พบสภาพอากาศปิด ลมพัดแรง ฝนตก และน้ำทะเลขึ้นสูง ทำให้ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบความเสียหายของแนวปะการังได้ จึงสอบถามพนักงานโรงแรมผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า พบเห็นตอนที่แรงงานเมียนมากำลังช่วยกันงัดหอยมือเสือออกมา จึงได้บอกให้ไปวางไว้ที่เดิมก่อนจะพากันเดินหายไป แต่หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง มีชายวัยรุ่นเข้ามาเอาหอยมือเสือหลบหนีไป ส่วนหอยมือเสือที่ได้ไปนั้นมีขนาดความยาวเกินกว่า 30 เซนติเมตร
ว่าที่ ร.ต.กิตติภพกล่าวว่า ตอนนี้ต้องหาข่าวว่าหอยมือเสือที่เอาไปนั้นจะไปอยู่จุดไหนบ้าง อาจจะตกไปอยู่กับกลุ่มคนที่ชอบเก็บสะสมเปลือกหอย ร้านตู้ปลา หรือร้านอาหารทะเลที่เอามาตั้งโชว์นักท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อว่าคนที่เอาไปอาจจะรู้ว่าครอบครองหอยมือเสือแล้วมีความผิดจึงได้ปกปิดอยู่ ก็อาจจะต้องหาข่าวในทางลับและขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนที่ทราบเบาะแสสามารถแจ้งทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ทันที เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“สำหรับแนวปะการังและหอยมือเสือที่อยู่ตามหน้าโรงแรม ก็ขอฝากทางผู้ประกอบการโรงแรมให้ช่วยกันอนุรักษ์ เพราะจากการสอบถามคนที่มายุ่งเกี่ยวหรือเข้ามาเหยียบย้ำแนวปะการัง หรือนำหอยมือเสือออกไปก็จะเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักอยู่ในโรงแรม เวลาเดินมาเที่ยวชายหาดมาเจอก็มาหยิบออกไป ซึ่งบางคนอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือบางคนอาจจะรู้ว่าเป็นของมีค่าจึงต้องการเอาไปเก็บไว้ และขอฝากไว้ว่าหอยมือเสือเป็นสัตว์ที่ต้องอนุรักษ์เอาไว้” นายอำเภอเกาะสมุยกล่าว


