วันที่ 9 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีที่ชาวไทยอายุ 36 ปี จากอำเภอแม่สาย และเป็นเจ้าของร้านพีช๊อป จำหน่ายกระเป๋าหนังเครื่องหนังต่างๆ ในตลาดท่าล้อ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ได้เกิดมีปากเสียงกับร้านจำหน่ายเสื้อผ้าของชาวเมียนมาซึ่งตั้งอยู่ตรงกันข้าม
จนเป็นสาเหตุนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจท่าขี้เหล็ก 3 ข้อหาด้วยกันคือ 1. ข้อหาทำร้ายร่างกาย 2.ด่าทอทำให้อับอายในที่สาธารณะ 3.กฎหมายเกี่ยวกับชาวต่างชาติว่าด้วยการเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตและมากระทำผิด มีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี ต่ำสุด 6 เดือน ทำให้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจจังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมานั้น
ล่าสุดเมื่อวานนี้ นายประดิษฐ์ธรรม ได้รับการประกันตัวจากศาลจังหวัดท่าขี้เหล็กออกมาแล้วด้วยวงเงินประกันมากถึง 20 ล้านจั๊ต หรือจำนวน 6 แสนบาทไทย ทั้งนี้ จากการช่วยเหลือของชุดประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมาทั้งสองประเทศและประธานหอการค้าอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และศาลมีกำหนดนัดส่งตัวไปขึ้นศาลที่จังหวัดท่าขี้เหล็กในวันที่ 25 เมษายนที่จะถึงนี้
สำหรับข้อหากล่าวหาทั้งหมด 3 คดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาได้แจ้งว่าคงเหลือเพียงคดีเดียวคือคดี กฎหมายเกี่ยวกับชาวต่างชาติว่าด้วยการเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตและมากระทำผิด มีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี ต่ำสุด 6 เดือน ส่วนคดีทำร้ายร่างกายและด่าทอทำให้อับอายในที่สาธารณะนั้น ทางฝ่ายผู้เสียหายได้มีการยอมความกันไปแล้ว
ด้านนายประดิษฐ์ธรรมได้เล่าถึงเหตุการณ์วันเกิดเหตุให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ได้เกิดมีปากเสียงกับร้านจำหน่ายเสื้อผ้าของชาวเมียนมาซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกัน ด้วยอารมณ์ที่โมโหพูดไม่ดีกับฝ่ายคู่กรณีจนกลายเป็นคดีความไปในที่สุด ซึ่งนายประดิษฐ์ธรรมก็รู้สึกเสียใจประกอบกับเจอปัญหาด้านเศรฐกิจ เพราะช่วงระยะนี้การค้าการขายไม่ดี ยอดขายแต่ละวันน้อยมาก บางเดือนยอดขายยังไม่พอที่จะจ่ายค่าเช่าร้านจึงเกิดสภาวะความเครียด
อย่างไรก็ตาม ตนเองก็อยากจะฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าที่จะไปทำการค้าในฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมา รวมถึงนักท่องเที่ยวว่า ควรจะศึกษาด้านกฎหมายของประเทศเมียนมาให้ดี และที่สำคัญต้องเคารพกฎหมายของทางเมียนมาอย่างเคร่งครัดด้วย ไม่เช่นนั้นก็เหมือนกับตน บางครั้งเราคิดว่าอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ แค่การทะเลาะวิวาทเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขั้นติดคุกติดตะรางเลยทีเดียว

