หน้าแรก ภูมิภาค พ่อเหยื่อ“มิ๊...

พ่อเหยื่อ“มิ๊ก”นักโทษประหาร จี้ตร.รื้อแฟ้มคดีล่ามือแทงยังลอยนวลอีก 1 คน

19.06.18 | 18:35 น.
ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายธีรศักดิ์ หรือ มิ๊ก หลงจิ มาแถลงหลังถูกจับกุม เมื่อปี2555

 

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองตรัง เปิดเผยกรณีกรมราชทัณฑ์ประหารชีวิต นายธีรศักดิ์ หรือ มิ๊ก หลงจิ ชาวอ.เมือง จ.ตรัง ผู้ต้องหาฆ่านายดนุเดช สุขมาก อายุ 17ปี นักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ อ.เมือง จ.ตรัง อย่างทารุณโหดร้าย เพื่อชิงทรัพย์ เหตุเกิดภายในสวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 (เขาแปะช้อย) เทศบาลนครตรัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 ว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้สืบสวนสอบสวน ตามพฤติการณ์ในคดีผู้ต้องหาในวันเกิดเหตุมา 2 คน ซึ่งอีกคนยังไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีดังกล่าวอยู่ภายในอายุความ 20 ปี คนที่ได้ตัวสอบสวนรวบรวมหลักฐานพยานสั่งฟ้องก็จนเป็นที่มาของการประหารชีวิต ส่วนคนร้ายที่ไม่รู้ตัวก็ได้จัดชุดสืบสวนก็สืบสวนภายในอายุความถ้าได้ตัวมาก็ดำเนินคดีต่อ ถ้าไม่ได้ตัวก็ต้องงดการสอบสวน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ข่าว ซึ่งพยานในที่เกิดเหตุมีแค่น้องผู้หญิง ที่ตกใจจำได้คนเดียวส่วนที่เหลือจำไม่ได้

นายสุนทร สุขมาก พ่อ นายดนุเดช (ผู้ตาย) กล่าวว่า ตามสำนวนคดีที่ทางตำรวจสอบสวนในขณะนั้นระบุว่า มีคนร้าย 2 คนที่ร่วมกันฆ่าลูกของตน อยากรู้ว่าคนร้ายอีกคนอยู่ไหน ขอร้องให้ทางตำรวจดำเนินการจับกุมคนร้ายที่เหลืออีก 1 คน เพราะว่าทั้งตนภรรยาและญาติๆยังคาใจ ที่ผ่านมาลูกตนไม่ได้รับความเป็นธรรม คนทำความผิดต้องรับโทษ จึงต้องจับให้ได้ทุกคน ลูกของตนเสียชีวิตด้วยการถูกฟันมากว่าถูกแทง ดังนั้นคนร้ายต้องไม่ใช่คนเดียว เมื่อดูสภาพศพจึงเชื่อว่าคนร้ายไม่ได้ลงมือกระทำเพียงคนเดียว อาวุธก็ไม่ใช่เล่มเดียวอีกด้วย

สำหรับประวัตินายธีรศักดิ์ หรือ มิ๊ก หลงจิ ถูกดำเนินคดีมาหลายคดีตั้งแต่คดีเยาวชน รวมถึง 6 คดี อาวุธปืน ครอบครองกัญชา เสพ และคดีฆ่า คดีสุดท้าย ส่วนสาเหตุที่โดนประหารเพราะคนร้ายได้ทรัพย์แล้วเป็นโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องพร้อมเงินจำนวน 2,000 บาท ผู้เสียหายวิ่งหนีไปประมาณ 50 เมตร คนร้ายยังวิ่งไล่ติดตามไปแทงจำนวนหลายแผลทั้งด้านหน้าด้านหลังจนเสียชีวิต จึงทำให้เห็นว่านอกจากได้ทรัพย์แล้วเป็นการชิงทรัพย์และยังฆ่าผู้อื่นเป็นการปกปิดการกระทำความผิดที่ตัวเองก่อขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เป็นเหตุอุจฉกรรจ์แล้วเป็นเวลากลางวันทำให้พยานเห็นชัด และได้ทำการรวบรวมหลักฐานเป็นขั้นเป็นตอนทำให้ออกหมายจับได้ทันทีและเข้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธมีดปลายแหลมที่ใช้ก่อเหตุได้ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ออกมาระบุชัดว่าเป็นเลือดของผู้ตาย

Advertisement