“เครือข่ายภูมิบ้าน-ภูมิเมืองกาญจน์” แสดงพลังทวงคืนโรงงานกระดาษ

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่หน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เครือข่ายภูมิบ้าน ภูมิเมืองกาญจน์ นำโดย ผศ.ฟ้อน เปรมพันธุ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายภูมิบ้าน ภูมิเมืองกาญจน์ นายจรัล ศศะสมิต อดีตนายกสมาคมไทยคาลิฟอร์เนียภาคใต้ อ.กระแส ขำจิตร อดีตครูโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ นายประพฤติ มลิผล นายภานุวัฒน์ ศีลแดนจันทร์ นางภินันทน์ โชติรสเศรณี ประธานกลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ รวมทั้งภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีกว่า 3,000 คน พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเขียวที่มีสัญลักษณ์ “กำแพงเมืองเก่า โรงงานกระดาษ สมบัติชาติ เราขอคืน” เดินรณรงค์เพื่อทวงคืนพื้นที่โรงงานกระดาษ กลับมาเป็นสมบัติของชาวกาญจนบุรี และสมบัติของชาติไทย โดยเดินรณรงค์จากหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ไปยังด้านหลังโรงงานกระดาษ จากนั้นตั้งเวทีปราศรัยให้ข้อมูลของโรงงานกระดาษ จากนั้นเคลื่อนขบวนไปเปิดเวทีปราศรัยหน้าอาคารสโมสรโรงงานกระดาษ ติดถนนแสงชูโต พร้อมผูกผ้าสีเขียวเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ตามจุดต่างๆรอบพื้นที่โรงงานกระดาษต่อมา นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางมายังจุดชุมนุม และขึ้นชั้น 2 ของอาคารสโมสรโรงงานกระดาษ โดยมีตัวแทนผู้ชุมนุม อ่านสารเล่าความเป็นมาของโรงงานกระดาษ และเหตุผลที่ต้องการทวงคืนโรงงานกระดาษกลับมาเป็นสมบัติชาติ พร้อมเสนอข้อเรียกร้องและข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษกาญจนบุรี ภายในเขตโบราณสถานเมืองเก่าสมัยรัชกาลที่ 3 ให้เป็นพื้นที่สาธารณะ พิพิธภัณฑ์เมือง และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ “ภูมิบ้าน ภูมิเมืองกาญจน์” ของจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนยื่นหนังสือให้นายจีระเกียรติ เพื่อเสนอรัฐบาลนายจีระเกียรติ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนจำนวนมากจากทุกภาคส่วนร่วมกันแสดงออก เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนถึงความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ของโรงงานกระดาษ ที่มีความเกี่ยวพันกันใน 2 ยุค คือ ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยประชาชนยื่นข้อเรียกร้องในเชิงสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่ ไม่มีเหตุผลในเชิงธุรกิจ หรือเชิงพาณิชย์ ซึ่งประชาชนชาวกาญจนบุรียังขาดพื้นที่สีเขียวที่เป็นปอด พื้นที่แลนด์มาร์คที่ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของเมือง ดังนั้นจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวส่งไปยังส่วนกลางโดยมีความเห็นของจังหวัดและส่วนราชการในพื้นที่ประกอบ พร้อมเจรจาพูดคุยและประสานทุกฝ่ายด้วยความประนีประนอม ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างสูงสุด

“ขอประกาศยืนยันว่า หากประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีไม่สมหวัง วันที่ไม่สมหวังนั้นจะไม่มีชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดที่ชื่อ จีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ อยู่ในจังหวัดกาญจนบุรีอีกต่อไป” นายจีระเกียรติ กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อเรียกร้องและข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษกาญจนบุรีนั้น สืบเนื่องจากกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เห็นชอบและพยายามผลักดันการพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษ กาญจนบุรี ตามแนวเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมอบหมายผู้เช่าที่ราชพัสดุรายเดิม คือ บริษัทอุตสาหกรรมกระดาษศิริศักดิ์ จำกัด ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาดังกล่าวภายใต้บันทึกข้อตกลงร่วมกันในปี พ.ศ.2556 เพื่อดำเนินการ “โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุตามแนวเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อจัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์โรงพิมพ์และโรงแรมเชิงอนุรักษ์” บนที่ดินราชพัสดุ หมายเลขทะเบียน กจ.194 (แปลงโรงงานกระดาษ) ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี บนพื้นที่ประมาณ 53-3-30 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 69 ไร่ ขณะที่ชาวกาญจนบุรี ภาคประชาสังคมและภาคเอกชนยื่นหนังสือเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ให้กรมธนารักษ์ทบทวนโครงการ และเสนอให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษโดยมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมต่อไป ถึงปัจจุบัน กรมธนารักษ์ยังคงเห็นชอบแนวทางการเปิดประมูลให้เอกชนลงทุนในพื้นที่ราชพัสดุแปลงโรงงานกระดาษแห่งนี้ โดยอ้างว่ามูลค่าการลงทุนสูงกว่า 1,000 ล้านบาท จึงอยู่ในข่ายต้องดำเนินการตามพ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา กรมธนารักษ์ยังมีความพยายามผลักดันให้แก้ไขมติคณะรัฐมนตรี ปี 2530 เพื่อขอยกเลิกการกำหนดวัตถุประสงค์การจัดให้เช่าที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าว ซึ่งนำมาสู่โครงการเปิดประมูลมูลค่า 1,500 ล้านบาท เพื่อให้เอกชนมาร่วมลงทุน อย่างไรก็ตาม ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมและภาคเอกชนจังหวัดกาญจนบุรี โดยการนำของกลุ่ม “ภูมิบ้าน ภูมิเมืองกาญจน์” ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อกรมธนารักษ์และจังหวัดกาญจนบุรี คือ 1..ในระหว่างนี้ ขอให้กรมธนารักษ์ยุติการดำเนินการใดๆ เพื่อขอแก้ไขมติ ครม.ปี 2530 เพื่อผลักดันให้มีการเปิดประมูลให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐในที่ราชพัสดุแปลงโรงงานกระดาษ กาญจนบุรี 2.ขอให้กรมธนารักษ์ยุติการต่อสัญญาเช่าให้ผู้เช่ารายเดิม (บริษัทอุตสาหกรรมกระดาษศิริศักดิ์ จำกัด) เมื่อครบกำหนดเวลาการอนุญาตให้เช่า วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ผู้เช่ารายเดิมต้องย้ายออกจากที่ราชพัสดุทันที 3.ขอให้กรมธนารักษ์ ร่วมกับจังหวัดกาญจนบุรี ภาคประชาสังคมและภาคเอกชนจัดตั้งกลไกการทำงานสามประสานหรือคณะกรรมการไตรภาคระดับจังหวัดซึ่งสามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมกันแสวงหาทางออกในการพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุแปลงนี้ต่อไป โดยควรมีเป้าหมายเพื่อการฟื้นฟูพื้นที่และพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะ พิพิธภัณฑ์เมือง หอศิลป์ แหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในฐานะ “ภูมิบ้าน ภูมิเมือง” เพื่อความภาคภูมิใจร่วมกันของกาญจนบุรี4.ระหว่างนี้ ขอให้กรมธนารักษ์อนุญาตให้ชาวกาญจนบุรีใช้ประโยชน์พื้นที่บางส่วนในที่ราชพัสดุแปลงโรงงานกระดาษเพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งจัดกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่างๆ ซึ่งที่ไม่สร้างผลกระทบด้านลบต่อแหล่งโบราณสถาน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon