วันที่ 20 มิถุนายน ญาติและเพื่อนบ้านต่างทยอยมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพเด็กหญิงกวินทรา เค้พวง หรือ น้องแยม อายุ 5 ขวบ นักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วง อำเภอภู ผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ที่เสียชีวิต เนื่องจากครูประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กลืมไว้ภายในรถยนต์กระบะส่วนตัว เมื่อสองวันก่อน
นางกัลยา น้อยแก้ว แม่ของแยม บอกว่าในวันเกิดเหตุนางสาวพิจิตรา สุตตะนา ซึ่งเป็นครูผู้ช่วย ได้อาสามารับบุตรสาวและนักเรียนรวม 6 คน เป็นวันแรก เนื่องจากรถรับส่งนักเรียนพังถูกนำไปซ่อม ปกติ เด็กจะนั่งที่กระบะ แต่ครูให้น้องแยมไปนั่งด้านหน้าเพื่อบอกเส้นทาง เมื่อรถถึงศูนย์เด็กเล็ก ครูไม่ได้เปิดรถให้ น้องแยมลง เพราะคิดว่าน้องแยมลงรถเองแล้ว จนถึงเวลาเลิกเรียนจึงพบว่าน้องแยมเสียชีวิตอยู่ภายในรถ ทำให้ครอบครัวมองว่าระบบการดูแลเด็กของศูนย์เด็กเล็กบกพร่อง และอยากให้แก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดเหตุความ สูญเสียซ้ำรอย
ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วงสั่งปิดศูนย์เด็กเล็กเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อจัดการงานศพ และเตรียมความพร้อมการดูแลรับส่งนักเรียนด้วยความปลอดภัย ความสูญเสียครั้งนี้ ทำให้ฝ่ายปกครอง อำเภอภูผาม่าน เข้าตรวจสอบสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุ ก่อนมีคำสั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 13 แห่ง ในอำเภอภูผาม่านป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุความสูญเสียซ้ำอีก
นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วงได้เข้าไปดูแลโดยรับเป็นเจ้าภาพ ในการทำพิธีตลอด 4 วัน จนกว่าจะเสร็จสิ้นการประกอบพิธีฌาปนกิจ ขณะเดียวกันจังหวัดขอนแก่น โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ลงพื้นที่ไปดูแลและมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น เป็นเงิน จำนวน 2,000 บาท พร้อมกันนี้ทางจังหวัดกำลังพิจารณาการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว โดยใช้งบประมาณ จากกรมกิจการผู้สูงอายุ จำนวน 20,000 บาท มาช่วยเหลืออีกหนึ่งช่องทาง เนื่องจากน้องแยมได้อาศัยอยู่ กับคุณยายที่เป็นผู้สูงอายุและมีฐานะยากจน ขณะเดียวกันทางอำเภอภูผาม่านได้มีการรับการสนับสนุน จากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ สลดเกิดขึ้นซ้ำอีก
นอกจากนี้ทางจังหวัดได้มีข้อสั่งการไปยังทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 26 อำเภอ ซึ่งจังหวัด ขอนแก่นมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอยู่ทั้งหมด 396 ศูนย์ มีเด็กที่เข้ารับการดูแลจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกว่า 19,000 คน และมีครูที่ดูแลอยู่ทั้งหมดกว่า 1,000 คน นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดสำนักงานการ ประถมศึกษา และโรงเรียนของเอกชน รวมกว่า 1,000 แห่ง ให้ช่วยกันเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลเด็ก โดยในเร็วๆนี้จะมีการเชิญผู้บริหารของสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง มาหารือร่วมกันเพื่อวางมาตรมการใน การดูแลนักเรียน เช่น อาจจะต้องมีการแควนบัตรประจำตัวให้กับเด็กนักเรียน เพื่อเป็นการแสกนการเข้าออก และสามารถตรวจสอบได้ว่ามีเด็กหายไปหรือไม่ ซึ่งยังเป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้น โดยจะมีการหารือกันกับ ผู้บริหารสถาบันการศึกษาทั้งหมดอีกครั้ง

