เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยนายธนพงศ์ บุญเรือง นายอำเภอศรีสำโรง จ.สุโขทัย ได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านสันติสุข หมู่ 2 ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เพื่อพบและให้กำลังใจแก่กับเด็กชายรามพิรุณ แก้วบุรี หรือโบ๊ต อายุ 14 ปี เด็กชายธีระพงษ์ แก้วบุรี หรือน้องป่าน อายุ 10 ขวบ และน้องคนสุดท้อง เด็กหญิงจันทร์ฉาย แก้วบุรี หรือน้องจ้า อายุ 8 ขวบ หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้เสนอข่าวเด็กสามคนใช้ชีวิตอยู่กันตามลำพังในบ้านเลขที่ 108 ม.2 ต.นาขุนไกร โดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล โดยอาศัยนายตะวัน แก้วบุรี อายุ 16 ปี พี่ชายคนโต ที่ตัดสินใจไม่เรียนต่อและเดินทางไปทำงานที่ จ.ปทุมธานี ส่งเงินผ่านคุณครูมาเป็นค่าใช้จ่ายตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
นายพิพัฒน์กล่าวว่า หลังจากที่ทราบข่าวถึงเรื่องราวชีวิตครอบครัวของเด็กทั้ง 3 คนแล้ว ทางจังหวัดโดยตนเองและ นายธนพงศ์ บุญเรือง นายอำเภอศรีสำโรง ได้ประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กทั้ง 3 คน จนได้ข้อสรุปว่าขณะนี้ทางจังหวัดจะก่อสร้างบ้านให้เด็กทั้ง 3 คน โดยได้รับมอบที่ดินประมาณ 50 ตารางวา จากนายจรูญ แก้วบุรี ปู่ ที่ให้บ้านทั้ง 3 คน อาศัยอยู่ในขณะนี้ เพื่อก่อสร้างบ้านให้กับทั้งเด็กทั้ง 3 คน โดยทางอำเภอศรีสำโรงจะสร้างกันเอง งบประมาณในการก่อสร้างบ้าน ใช้สิ่งของจากการรับบริจาคและใช้แรงงานของทหารและชาวบ้านในพื้นที่ในการเข้ามาช่วยเหลือก่อสร้างบ้านซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จึงจะแล้วเสร็จ
สำหรับความเป็นอยู่ของเด็กทางจังหวัดได้มอบหมายให้กับคณะคุณครูโรงเรียนบ้านสันติสุข ช่วยดูแล ส่วนด้านการเงินที่มีประชาชนให้การสนับสนุนขณะนี้มียอดบริจาคมาแล้วจำนวน 2,143,306 บาท (สองล้านหนึ่งแสนสี่หมื่นสามพันสามร้อยหกบาท) ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยได้สั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการในการดูแล โดยมีนายธนพงศ์ บุญเรือง นายอำเภอศรีสำโรง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสันติสุข คณะครู และนายก อบต.นาขุนไกล เข้ามากำกับดูแล คาดว่าเงินที่ได้รับบริจาคมา จะเพียงพอที่จะใช้ในการเรื่องการเรียน การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ไปจนถึงเด็กจบในระดับปริญญาสำหรับนายตะวัน แก้วบุรี อายุ 16 ปี พี่ชายคนโตที่ไม่ได้เรียนต่อและต้องไปทำงานหาเงินที่ต่างจังหวัดนั้น ทางจังหวัดสุโขทัยก็จะประสานให้กับมาเรียนต่อเพื่อที่จะได้ดูแลน้องๆ เพื่อให้ครอบครัวของเด็กกับมามีความสุขและมีความอบอุ่นอีกครั้ง

