‘ตร.-ปปส.’บุกยึดทรัพย์บ้านขบวนการค้ายาบ้าข้ามชาติรายใหญ่

20.06.18 | 14:40 น.

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายพงษ์ศิริ ชื่นบาน ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบทรัพย์สินและบังคับโทษ สำนักงาน ปปส.ภาค 4 พ.ต.ท.ณรายุทธ ไตรยสุทธิ์ สารวัตรสืบสวนหัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบ อายัดทรัพย์สิน ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.มาตราการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 โดยได้ตรวจสอบอายัดบ้านชั้นเดียวภายในหมู่บ้าน พิมพากร เลขที่ 76/194 ถนนประชาร่วมมิตร ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาวสรวงสุดา กึกทอง อายุ 38 ปี รวมมูลค่าทรัพย์สินมากเกือบ 3 ล้านบาท โดยได้ทำการตรวจยึดรอขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย

โดยการตรวจยึดครั้งนี้เป็นมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ร่วมกับ ปปส.ภาค 4 โดยมุ่งเน้นการขยายผลไปยังขบวนการผู้เสพ ผู้ค้า ไปจนถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นการตัดวงจร การค้ายาเสพติด ซึ่งในครั้งนี้ได้มีการขยายผลหลังทางตำรวจทำการจับกุม ขบวนการค้ายาบ้าข้ามชาติรายสำคัญ พร้อมมีการจับกุม นางสาวนภัสสร กึกทอง อายุ 38 ปี ในพื้นที่ จ.นคพรนม ได้ของกลางยาบ้า จำนวน 4,061 เม็ด พร้อมขยายผลตรวจยึดทรัพย์สิน รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน ปี 2560 ที่ผ่านมา จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ได้มีคำพิพากษาของชั้นชั้นต้น ศาลจังหวัดนครพนมได้พิพากษา ในความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) ,66 วรรคสาม ให้จำคุกตลอดชีวิต และปรับเป็นเงิน จำนวน 1 ล้านบาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ จำคุก 25 ปี ปรับเป็นเงิน 5 แสนบาท

จนกระทั่งมีการขยายผล จับกุม นายธีรศักดิ์ บุทา อายุ 38 ปี ในข้อหาสมคบร่วมกันกระทำผิดค้ายาเสพติด หลัง นางสาวนภัสสร กึกทอง อายุ 38 ปี ให้การซัดทอด อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของตำรวจ จนมีการขยายผลตรวจสอบทรัพย์สิน พบว่ามีทรัพย์สิน คือบ้านพัก ที่เชื่อมโยงมายังเส้นทางขบวนการค้ายาบ้า เชื่อว่านำเงินมาซื้อบ้านพัก ชั้นเดียวภายในหมู่บ้าน พิมพากร เลขที่ 76/194 ถนนประชาร่วมมิตร ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม โดยมีชื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของภรรยาคือ นางสาวสรวงสุดา กึกทอง อายุ 38 ปี จึงมีการตรวจสอบอายัด ตาม พ.ร.บ.มาตราการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 เพื่อทำการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า การขยายผลอายัดทรัพย์สินขบวนการค้ายาบ้า กลุ่มนี้ ถือว่า เป็นกลุ่มขบวนการค้ายาบ้ารายใหญ่ ที่มีเครือข่ายเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยทางตำรวจชุดสืบสวนนครพนม ร่วม กับ ปปส.ภาค 4 หลังมีการปราบปรามจับกุม และทำการขยายผล ซึ่งปัจจุบันทางตำรวจได้มีมาตรการเชิงรุกร่วมกับ ปปส.ภาค 4 นอกจากการปราบปรามจับกุมแล้ว จะได้ขยายผลไปตรวจสอบทรัพย์สิน สำหรับเครือข่ายที่เชื่อมโยงทุกราย หากตรวจสอบพบเกี่ยวข้อง ยืนยันดำเนินคดีทุกราย เช่นเดียวกับรายนี้ อยู่ระหว่างการขยายผลไปยังเครือข่าย เบื้องต้นตรวจสอบพบทรัพย์สินเชื่อมโยงจึงทำการอายัดไว้เบื้องต้น รอการตรวจสอบ หากไม่สามารถชี้แจงที่มาได้ ต้องทำการตรวจยึดตามกฎหมาย และหากใครเชื่อมโยงจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย ทั้งนี้ในพื้นที่ จ.นครพนม มีปัญหาการแพร่ระบาด เพราะเป็นชายแดน ทางตำรวจจึงต้องเพิ่มมาตรการในการปราบปรามจับกุม ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ไปจนถึงการตรวจสอบอายัดทรัพย์สิน เป็นการตัดวงจร เชื่อมั่นว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาได้มากขึ้น ฝากไปยังพี่น้องประชาชน ได้ร่วมกันเป็นหูเป็นตาช่วยกันดูแลสอดส่อง แจ้งเบาะแส เพราะสำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของประชาชน จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ยั่งยืน