หน้าแรก ภูมิภาค ทหาร-ตร. ยึดค...

ทหาร-ตร. ยึดคืนพื้นที่ 6,400 ไร่ ‘สหไทยฯ’ โวยเลือกปฏิบัติ

20.06.18 | 19:32 น.

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ นายธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ พล.อ.ธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก และหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบการบุกรุกที่ดินของรัฐ นายนิรัตน์ จันทร์สุวรรณ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร พ.ต.อ.วิมล พิทักษ์บูรพา รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก กอ.รมน.ชุมพร ทหารจาก มทบ.44 ชุมพร นำโดย พ.ท.ปฐมพงศ์ เฟื่องรอด และ พ.ต.สังคม รองมาลี ตำรวจ สภ.สลุย นำโดย พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ พานิชศิลป์ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ภ.จวชุมพร นำโดย พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ่วงพิศ ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร และ อาสาสมัครรักษาดินแดน ประมาณ 100 นาย ร่วมกันเดินทางไปยังบริษัท สหไทยน้ำมันพืช จำกัด เลขที่ 149 หมู่ 4 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เพื่อปฏิบัติการยึดคืนที่ดินแปลงเลขที่ No.83 เนื้อที่ประมาณ 6,415.13 ไร่ และสิ่งปลูกสร้าง เช่น อาคารที่ทำการ โรงงาน ฯลฯ ที่บริษัทดังกล่าวครอบครองอยู่ในพื้นที่หมู่ 4, 5, 9 และ 13 ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 36/2559 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย

นายนิรัตน์กล่าวว่า สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร (ส.ป.ก.ชุมพร) ได้ทำหนังสือแจ้งให้บริษัทดังกล่าวออกจากพื้นที่ แต่บริษัทอ้างว่ายังมีภาระผู้พันในการขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ และยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางให้เพิกถอนคำสั่งของ ส.ป.ก.ชุมพร แต่ศาลปกครองกลางไม่รับคำฟ้อง บริษัทจึงร้องขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร โดยยืนยันว่าบริษัทได้รับอนุญาตโดยถูกต้องตามกฎหมายจากกรมป่าไม้ ทำให้กรมป่าไม้ต้องทำหนังสือหารือคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เพื่อขอคำวินิจฉัย และ สคก.ได้วินิจฉัยว่า ส.ป.ก.ชุมพรสามารถเข้ายึดคืนพื้นที่ดังกล่าวได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ 4 แห่งคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 อีกทั้งกรมป่าไม้ได้ขอคืนคำอนุญาตใช้พื้นที่ให้บริษัทแล้ว โดยระบุว่าพื้นที่ทั้ง 6,415.13 ไร่อยู่ในอำนาจของ ส.ป.ก.ซึ่งแสดงว่าได้ข้อยุติแล้ว ส.ป.ก.ชุมพรจึงทำหนังสือแจ้งให้บริษัทและบริวาร รื้อถอน ทำลาย อาคาร สิ่งปลูกสร้าง และขอย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินและส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก.ชุมพรภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา แต่บริษัทยังจงใจฝ่าฝืน และปักป้ายแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยอ้างว่าได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ ทั้งที่ สคก.วินิจฉัยแล้วว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในอำนาจของ ส.ป.ก.


“ส.ป.ก.ชุมพรจึงขอรับการสนับสนุนการสนธิกำลังทหาร ตำรวจ กอ.รมน.ชุมพร และฝ่ายปกครอง ผู้ปกครองท้องที่ และผู้นำท้องถิ่น เข้ายึดคืนพื้นที่และทรัพย์สินอันเป็นส่วนควบของที่ดินแปลงนี้ ห้ามมิให้มีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและห้ามมิให้บุคคลใดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว หากฝ่าฝืนก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายในข้อหาขัดขืนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน โดยจะให้เวลาในการออกจากพื้นที่จนถึงเวลา 14.00 น.วันนี้ จากนั้น ส.ป.ก.ชุมพรจะส่งมอบพื้นที่ให้ มทบ.44 ดูแลจนกว่าคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติจะมีคำสั่งให้ดำเนินอย่างไรต่อไป” นายนิรัตน์ กล่าว

นายธีระกล่าวว่า การยึดคืนพื้นที่วันนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ดำเนินการไปตามกฎหมายทุกประการ หากไม่ทำก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่ง นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรฯ ได้มอบหมายให้ตนเข้ามาดูแลความเรียบร้อย หากทางบริษัทคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ต้องไปว่ากันตามกฎหมาย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย มีราษฎรในพื้นที่ 3 อบต.ที่ยื่นเรื่องขอให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้เพราะไม่มีที่ดินทำกิน ส่วนคนงานของบริษัทประมาณ 300 คน รัฐบาลก็มีการเตรียมแผนให้ความช่วยเหลือไว้แล้ว ส่วนกรณีที่บริษัทได้ขึ้นป้ายว่ายังมีสิทธิ์ครอบครองที่ดินผืนนี้ และยืนฟ้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราชซึ่งจะมีการไต่สวนในวันที่ 26 มิถุนายน 2561 ก็เป็นสิทธิของบริษัทที่สามารถดำเนินการได้ แต่อยากให้บริษัททบทวนว่า นับตั้งแต่ปี 2522-2552 เป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วที่บริษัทใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนนี้ ซึ่งน่าจะพอสมควรแล้ว

ต่อจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันปักป้ายติดประกาศ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร รอบๆ อาคารที่ทำการและในสวนปาล์ม มีข้อความว่า “ที่ดินแปลงนี้แปลงหมายเลข No.83 เนื้อที่ 6,281-2-12 ไร่ เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ห้ามมิให้ผู้ใดบุกรุก หรือกระทำการใดๆ ให้เกิดความเสียหายแก่ที่ดินและทรัพย์สินต่างๆ หากฝ่าฝืนจะต้องรับโทษทางอาญาและชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่ทางราชการ” ขณะทางบริษัทได้ให้พนักงานติดป้ายบริเวณประตูทางเข้าสวนปาล์มมีข้อความว่า “ที่ดินแปลงนี้ บริษัท สหไทยน้ำมันพืช ได้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย และได้ยื่นฟ้องเลขาฯ ส.ป.ก.-ส.ป.ก.ชุมพร ต่อศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองรับฟ้อง และศาลได้นัด “ไต่สวน” ฉุกเฉินฯ ในวันที่ 26 มิถุนายน 2561”

Advertisement

เวลาต่อมา นายยศ เด่นไพศาล ประธานบริษัท สหไทยน้ำมันพืช จำกัด พร้อมด้วย นายเศรษฐศักดิ์ สุธีจารุวิมล ที่ปรึกษาบริษัท และ นายเด่นเผ่า เด่นไพศาล ผู้จัดการบริษัท เปิดห้องแถลงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว สรุปได้ว่า เมื่อปี 2522 รัฐบาลในสมัย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ได้เชิญให้บริษัทเข้ามาพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเป็นพื้นที่รกร้าง และบริษัทได้เซ็นสัญญาขอใช้พื้นที่ตั้งแต่ปี 2522-2552 หลังจากนั้นได้มีการต่ออายุสัมปทานในการแผ้วถางป่าในลักษณะปีต่อปีมาจนถึงปี 2559 แต่ คสช.ซึ่งเป็นรัฏฐาธิปัตย์ก็มีคำสั่งที่ 36/2559 เรื่องที่ดิน ส.ป.ก.ออกมาครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งมีข้อยกเว้นกรณีที่มีผู้ทำประโยชน์มาก่อนและมีภาระผูกพันกับหน่วยงานรัฐ แต่ ส.ป.ก.กลับมองข้ามข้อยกเว้นดังกล่าวไป เพราะคิดจะเอาแต่ได้เท่านั้น พวกตนอยากถามว่า มีที่ดินรกร้างในชุมพรอีกเป็นหมื่นเป็นแสนไร่ เหตุใดจึงไม่ไปทำก่อน เหตุใดจึงจะมาเอาที่ดินที่มีการปลูกพืชผลที่ให้ผลผลิตแล้ว และหากยึดคืนไปแล้ว จะแก้ปัญหาคนงานกว่า 300 คนซึ่งเกือบ 100% เป็นคนในพื้นที่ที่จะต้องตกงานอย่างไร

“เดิมบริษัทเคยขอใช้พื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ แต่ได้ใช้จริงๆ แค่ 1 ใน 3 คือประมาณ 6,415 ไร่เท่านั้น ที่เหลือได้ให้ชาวบ้านในพื้นที่ทำประโยชน์ ซึ่งบริษัทก็ต้องจ่ายค่าเช่าให้รัฐทั้ง 20,000 ไร่มาโดยตลอด หากยึดคืนพื้นที่ไปและให้เลิกกิจการ มูลค่าความเสียหายคงไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาท ถามว่า ส.ป.ก.จะชดใช้บริษัทและคนงานทุกคนที่ต้องตกงานได้หรือไม่” นายเด่นเผ่ากล่าว