หน้าแรก ภูมิภาค เตรียมออกหมาย...

เตรียมออกหมายจับมือยิง”เสี่ยสด” ตร.ได้กลิ่นมือสังหาร

21.06.18 | 15:16 น.
แฟ้มภาพ

ความคืบหน้าคดี นายวสันต์ แก้วชลคราม หรือ “เสี่ยสด” อายุ 31 ปี ถูกสองคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.ยิงตายหน้าโรงจอดรถภายในบริเวณบ้านพักใน ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุอาจมาจากเรื่องมรดกที่นายวสันต์ได้รับจากบิดาที่มีมูลค่าหลายสิบล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการคลี่คลายคดีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร นายตำรวจระดับสารวัตรและชั้นประทวนหลายนายในเครื่องแบบชุดฝึกได้เตรียมตัวเดินออกจาก สภ.นาสักโดยรถตู้ และรถสายตรวจ 2 คัน ซึ่งหนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เตรียมพร้อมเดินทางไปจังหวัดใกล้เคียง แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ว่าจะเดินทางไปทำไม พร้อมทั้งขอร้องสื่อมวลชนว่าอย่าเพิ่งถ่ายภาพในช่วงนี้ รอให้เจ้าหน้าที่จับตัวคนร้ายและผู้จ้างวานให้ได้ก่อนคงจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบแน่นอน


รายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนของ ภ.จว.ชุมพร และชุดสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 8 ที่ได้รับคำสั่งให้ร่วมกันคลี่คลายคดีดังกล่าวทั้งกลางวันและกลางคืน จนเริ่มได้พยานหลักฐานที่อาจสาวถึงตัวมือปืนและรถกระบะคันที่นำมาใช้ก่อเหตุ จึงส่งทีมตำรวจไปประกบผู้ต้องสงสัยเพื่อรอจังหวะบุกเข้าควบคุมตัว โดยคาดว่ากำลังตำรวจชุดคลี่คลายคดีคงจะเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียง เพื่อควบคุมตัวมือปืนที่ไปหนีไปหลบซ่อนตัวหลังก่อเหตุ ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวน สภ.นาสักก็ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เดินทางไปศาลจังหวัดหลังสวน ซึ่งคาดว่าอาจไปเพื่อขออนุมัติหมายค้นหรือหมายจับด้วย

ข่าวแจ้งว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีทั้งของ ภ.จว.ชุมพรและของตำรวจภูธรภาค 8 จำเป็นต้องระมัดระวังตัวมาก ทั้งเรื่องความเคลื่อนไหวของตำรวจ ที่อาจมีผู้รายงานให้กลุ่มคนร้ายทราบตลอดเวลา และเรื่องการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจไหวตัวแล้วหลบหนีไปไกลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชุดคลี่คลายคดีพอได้เบาะแสของคนร้ายและผู้จ้างวานที่อาจเป็นคนสนิทคนใดคนหนึ่งของบิดาของนายวสันต์ แต่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานอย่างรอบคอบและรัดกุมให้มากที่สุดเพื่อให้การจับกุมได้ตัวคนร้ายและผู้จ้างวานที่แท้จริงมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน น.ส.ปรัชญาณีย์ สระทองเลื่อน ภรรยาของ “เสี่ยสด” เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา สภ.นาสักได้จัดเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลความปลอดภัยให้ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นและมีกำลังใจในงานจัดงานศพให้สามีจนถึงวันสุดท้าย แต่ก็มีญาติๆ ใน ต.นาสักเตือนตนว่าให้ระวังตัว เพราะคิดว่าคนร้ายและผู้บงการคงไม่ยอมปล่อยมือง่ายๆ เนื่องจากทรัพย์สินที่พ่อบุญธรรมมอบให้สามีของตนมีจำนวนมาก จึงทำให้คนสนิทของพ่อบุญธรรมบางคนไม่พอใจที่ได้รับส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อย ซึ่งตนเองไม่คิดจะเอาทรัพย์สินเหล่านั้น รวมทั้งไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้อีกแล้ว แม้ตามกฎหมายลูกสาวของตนและเสี่ยสดจะมีสิทธิ์เต็มที่ในฐานะที่เป็นทายาท แต่เพื่อเป็นการรักษาชีวิตของตนและลูกสาว หลังจัดงานศพให้สามีแล้ว ตนและลูกสาวจะกลับไปอยู่กับพ่อแม่ของตนคงจะปลอดภัยกว่าอยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อไป

Advertisement