เมื่อวันที่ 10 เมษายน เวลา 01.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์จากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าขึ้นสู่ภาคอีสานการจราจรหนาแน่นตลอดทั้งสาย บนถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-ปักธงชัย) เห็นไฟรถยาวเรียงรายต่อกันยาวเหยียดตลอดไม่ขาดสาย คาดว่าเนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นสบายกว่าช่วงกลางวันที่ร้อนอบอ้าว ตั้งแต่สี่แยกบ้านโคกอุดม ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี ถนนปกติ 4 เลน ถึงปากทางเข้าสู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลาน มรดกโลก ช่วงแรกใน กม.26-29 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี ที่ถนนรวมกันเป็น 2 เลน ลักษณะเหมือนคอขวด รถวิ่งสวนทางกัน ทางหลวงจังหวัดปราจีนบุรีได้ใช้อักษรตัววิ่งไฟฟ้าสีแดง บอกให้ทราบว่าทางขึ้นภูเขาไปสู่ภาคอีสานรถวิ่งขึ้นใช้ 2 เลน ส่วนรถวิ่งลงเขาใช้ 1 เลน
นอกจากนี้ อาสาสมัครทางหลวงร่วมกับอาสาสมัครตำรวจบ้านกว่า 20 คน ยืนเรียงรายริมถนนโบกให้สัญญาณรถวิ่งผ่านไปมาตลอดทั้งคืนจนสุดเขตอุทยานช่วงแรก และกลับเป็น 4 เลนตามปกติผ่านที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลาน และเวโรน่าสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดัง โดยพบประชาชนจำนวนมากแวะพักผ่อนดื่มน้ำ รับประทานอาหารที่เวโรน่าตลอดช่วงค่ำคืนหนาแน่น สร้างรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างสูง ก่อนขึ้นผ่านสู่ถนนบนภูเขาระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลาน มรดกโลก ในช่วงที่ 2 ตั้งแต่ กม.42-55 ที่ภูเขาสูง ถนนแคบรถวิ่ง 2 เลนสวนทางกัน มีหลายทางโค้งยาวไกลและลาดชันสูงกว่า 45 องศา ที่มักเกิดอุบัติเหตุรุนแรงทุกปี

ขณะที่ถนนบนภูเขามีป้ายไฟฟ้าตัวอักษรวิ่งเตือนให้ระวังสัตว์ป่าที่ข้ามถนนมาหาแหล่งน้ำ อาหาร อาทิ กระทิงป่าที่เคยถูกรถชนตาย และให้ระวังสัตว์ป่าอื่นๆ ตลอดริมไหล่ทางมีการขยายผิวการจราจรที่กำลังก่อสร้างตามข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมมรดกโลก และลดอันตรายจากอุบัติเหตุ โดยพบว่ามีไฟรายทางหลายช่วงที่มืดอาจเป็นอันตราย
พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ เจริญศรี สารวัตรใหญ่ สภ.วังขอนแดง อ.นาดี กล่าวว่า ประชาชนเดินทางกันหนาแน่นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ และเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วงกลางดึกคาดว่าเป็นพนักงานบริษัทจากย่านนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี ทำให้การจราจรหนาแน่นตลอดทั้งสาย แต่รถสามารถผ่านไปมาได้ไม่ติดขัด ส่วนใหญ่เป็นรถขึ้นไปสู่ภาคอีสาน โดยในช่วงทางเข้าผ่านระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลาน ช่วง กม.26-29 กับ กม.42-55 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี ที่เป็น 2 เลน รถวิ่งสวนทางกันได้จัดให้ฝั่งรถขึ้นไปภาคอีสานรถวิ่ง 2 เลน ส่วนขาลงให้รถวิ่ง 1 เลน พร้อมกับวางกรวยแดงแบ่งเลนชัดเจน โดยตลอดคืนรถไม่ติดขัด ได้จัดกำลังตำรวจ สภ.วังขอนแดง, ตำรวจทางหลวง, อาสาสมัครทางหลวง ร่วมกับอาสาสมัครตำรวจบ้านคอยให้สัญญาณบริการตลอด 2 จุดอันตรายดังกล่าวตลอดคืนโดยจัดกำลังผลัดเปลี่ยนกัน ทั้งนี้ไม่มีรายงานอุบัติเหตุแต่อย่างใด

