ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 มกราคม พระราชเขมากร เจ้าคณะจังหวัดแพร่ เป็นประธานลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านงานวิจัยและด้านงานศาสนาศิลปวันธรรม ระหว่าง สถาบันอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน วัดสูงเม่น กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี สถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย (DIRI) สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ และสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดแพร่ เปิดเวทีเสวนา การสืบค้นการจัดระบบการอนุรักษ์คัมภีร์ของวัดและการถ่ายทอดภูมิปัญญาล้านนาเพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นของจังหวัดแพร่ ที่วัดสูงเม่น อ.สูงเม่น จ.แพร่ โดยในข้อตกลง มีแนวทางส่งเสริมสนับสนุนบุคลากรทั้ง 7 หน่วยงานทำงานด้านพัฒนางานวิชาการศาสนาและวัฒนธรรม ด้วยการทำวิจัยเพื่อการสร้างแหล่งเรียนรุ้ในท้องถิ่นของจังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน และ จังหวัดเชียงใหม่ และงานด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พิธีดังกล่าวจัดขึ้นในงานเทศกาล “ตากธัมม์ ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า” ที่ถือปฏิบัติสืบทอดมา หลังมีการพัฒนาวัฒนธรรมเป็นปีที่ 10 แล้ว
ในงานมีเวทีเสวนา เรื่อง การสืบค้นการจัดระบบการอนุรักษ์คัมภีร์ของวัดและการถ่ายทอดภูมิปัญญาล้านนาเพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นของจังหวัดแพร่ ที่ประชุมมีแนวคิดร่วมกันที่จะพัฒนาการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลานและพับสาโบราณ ในวัดสูงเม่นซึ่งเป็นภาษาล้านาให้เป็นที่รู้จักและเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ต่อไปในอนาคต เป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไปทั้งภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากคัมภีร์โบราณของวัดนี้มีการรวมรวมมาจากหลายแห่งและหลายประเทศในลุ่มน้ำโขง ซึ่งชาวสุงเม่นมีการรวบรวมและพัฒนาฟื้นฟูจนเป็นประเพณีขึ้นมาใหม่ได้อย่างเหมาะสม โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม โดยพระมหาสุทิตย์ อาภากโร ผอ. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาเขตแพร่ ได้เสนอให้ ผลของการทำงานตลอด 10 ปีที่ผ่านมาคือประวัติของพระครูกัญจนาอรัญญวาสี ผู้เขียนคัมภีร์ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นปราชญ์ของชาวสูงเม่น เมื่อ 200 ปีที่ผ่านมา และ คัมภีร์ที่มีอยู่ในวัดจำนวนมาก เสนอต่อยูเนสโก ประกาศให้ความสำคัญระดับโลก โดย คัมภีร์ที่มีอยู่คือบันทึกความทรงจำของโลก เช่นเดียวกับวัดพระเชตุพลวิมลมังคลาราม ที่ได้รับการบันทึกให้เป็นเอกสารบันทึกความทรงจำของโลก ประกาศโดยยูเนสโก้มาแล้ว ถ้าเป็นไปได้ จัดสูงเม่นจะเป็นวัดที่ 2 ของประเทศที่ได้รับการยกย่อง
นางขันทอง สุทธนา วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ถือเป็นแนวทางที่ดีในการส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ของวัดสูงเม่น ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ 1 ใน 60 ของประเทศไทย การนำเข้าสู่การประกาศให้เป็นวัดสำคัญแหล่งเก็บเอกสารบันทึกความทรงจำในอดีตของชาวล้านนา แต่ในส่วนของท้องถิ่นควรพัฒนาความพร้อม หลายฝ่ายต้องเข้ามาช่วยกันให้ชาวท้องถิ่นที่ความรู้เรื่องภาษาล้านนาให้มากขึ้น จนสามารถนำตำราโบราณเหล่านั้น นำความรู้กลับมาปรับใช้ได้ด้วยจะทำให้การเสนอให้เป็นสิ่งสำคัญของโลกสำคัญขึ้นไปอีก
หลังจากการพูดคุยทางวิชาการในวัดได้จัดกระบวนการเรียนรู้การทำตำราโบราณ ตั้งแต่ขั้นตอนการนำใบลานมาต้มนำไปทำเป็นแผ่น การจานตัวอักษรลงในใบลาน การทำไม้แผ่นบอกเอกสารแต่ละชิ้น การห่อรักษา รวมไปถึงการนำเอาความรู้และตำรามาเก็บรักษาด้วยระบบไอทีที่ทันสมัย พร้อมทั้งการนำไปสืบทอดให้กับเยาวชนในการเรียนรู้ภาษาล้านนาเพื่อการถอดตำราออกมาเป็นความรู้ใช้งานได้ มีเยาวชนและประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 200 คน โดยในวันที่ 23 มกราคม จะมีการทำบุญเช้าเรียกว่า “ตานข้าวใหม่ หิงไฟพระเจ้า” ก่อนที่จะเป็นงานเทศกาลพุทธศาสนาที่มีความสำคัญของชาวอำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ต่อไป

