หน้าแรก ภูมิภาค ครูเครียด! หล...

ครูเครียด! หลังโซเชียลฯแชร์ทวงค่าเทอม ปัดประจาน เผยข้อเท็จจริงแค่วิธีคัดแยกเท่านั้น

22.06.18 | 16:19 น.

หลังจากสังคมออนไลน์ต่างพากันแห่แชร์ภาพเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมรายหนึ่ง ซึ่งแต่งกายในชุดลูกเสือ โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมประณามถึงการกระทำของ “ครู” ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติที่กระทำต่อเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ เพียงแค่ติดค้างค่าเทอม 700 บาท ถึงกับประจานลูกศิษย์ตัวน้อยรายนี้โดยเขียนป้ายแปะที่หน้าอกของลูกศิษย์ระบุข้อความว่า “ยังไม่ได้ชำระค่าเทอม 700 บาท” กระทั่งผู้ปกครองเด็กรับไม่ได้ถึงกับนำภาพดังกล่าวออกเผยแพร่ทางสื่อโซเชียล จนก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของครูรายนี้

วันที่ 22 มิถุนายน นางอริศรา พัฒนากูล รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านในเมือง) รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวชี้แจงว่า จากการที่ขอความเห็นชอบจากผู้ปกครองในภาคเรียนที่แล้วให้มีการชำระค่าบำรุงการศึกษาในเรื่องค่าประกันชีวิตและจ้างครูต่างชาติ แต่ ณ วันนี้นักเรียนที่ค้างชำระอยู่ราว 200 กว่าคน ทำให้ไม่สามารถจะส่งยอดประกันชีวิตได้และหากเด็กเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในช่วงนี้เด็กนักเรียนก็จะไม่ได้รับการคุ้มครอง จึงให้ผู้ปกครองที่พร้อมให้สามารถขึ้นไปชำระค่าบำรุงการศึกษาได้ที่ครูประจำชั้นได้เลยเพราะต้องขึ้นไปรับเงินอุดหนุน 360 บาทอยู่แล้ว จึงเตรียมการให้รายชื่อเด็กที่ค้างจ่ายให้ครูประจำชั้นเป็นผู้ประสานกับผู้ปกครอง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการชี้แจงจากคุณครูท่านนี้ว่า มีการคัดแยกเด็กโดยใช้วิธีเขียนในสก๊อตเทปใสแปะไว้ที่หน้าอกเด็ก เพราะกลัวผู้ปกครองไม่เห็นหรือเด็กไม่บอกจะทำให้พลาดการจ่ายเงินดังกล่าว

“เจตนาของครูจริงๆเพียงต้องการติดตามเงินค่าบำรุงการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้เป็นการประจานเด็กแต่อย่างใด แต่เนื่องจากผู้ปกครองมาเห็นก็มีความรู้สึกว่าเกินกว่าเหตุเลยไปโพสลงเฟสบุ๊กหรือสื่อโซเวียลมีเดีย จนทำให้เกิดเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ตามมา อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้ทำความเข้าใจกับทางผู้ปกครองเด็กไปแล้ว”นางอริศรากล่าวว่าและย้ำว่า อย่างไรก็ตามหากทางโรงเรียนส่งยอดเด็กนักเรียนที่จ่ายค่าประกันชีวิตซึ่งมีค่าใช่จ่ายราว 200 บาท/หัวไปแล้ว เด็กๆ 200 กว่าคนที่ยังไม่ได้จ่ายก็จะไม่ได้รับการคุ้มครอง จึงแจ้งให้ผู้ปกครองได้รับทราบแล้วว่าหากพร้อมก็ให้จ่ายกับผู้ปกครองได้เลย” นางอริศรา กล่าว

นางอริศรา กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางโรงเรียนแม้แต่จะทำหนังสือไปทวงถามก็ยังไม่เคยเลย เพราะถือว่าเป็นความสมัครใจและเมื่อนำเข้าสู่การประชุมทางผู้ปกครองก็มีมติเห็นชอบแล้ว และขั้นตอนกว่าจะเก็บเงินบำรุงการศึกษาได้ต้องผ่านความเห็นชอบของผู้ปกครอง จากนั้นต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา หลังจากนั้นจึงทำเรื่องเสนอนายกเทศมนตรีอนุมัติ ซึ่งทางโรงเรียนทำตามขั้นตอนและตามระเบียบทุกอย่าง อย่างไรก็ตามทางโรงเรียนได้สืบข้อเท็จจริงแล้วและขั้นตอนจากนี้ไป ก็เข้าสู่ขบวนการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อจะหาข้อเท็จจริงและดำเนินต่อ

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นปรากฏว่าได้มีผู้ปกครองและประชาชนทั่วไปที่ทราบข่าว ได้โทรศัพท์มาที่โรงเรียนกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะมีการสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว บางส่วนทั้งต่อว่าด่าทอและตำหนิถึงการกระทำของครูรายนี้รวมทั้งโรงเรียนอย่างรุนแรงอีกด้วย กระทั่งทางครูอาจารย์ที่โรงเรียนต่างพากันเครียด จำเป็นต้องยกโทรศัพท์ออกโดยไม่พร้อมจะรับสาย ในขณะที่ครูที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาได้รับแจ้งว่าตลอดช่วงเช้าก็ยังทำหน้าที่สอนเด็กนักเรียนตามปกติ และเนื่องจากมีสื่อ ทั้งสื่อทีวีและสิ่งพิมพ์ไปติดตามข่าวกันเป็นจำนวนมาก ทางโรงเรียนจึงขอร้องไม่ให้สื่อขึ้นไปบนอาคารเรียน โดยนางอริศรายินดีชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีรายงานแจ้งด้วยว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันทางเสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ ได้ลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงครูรายนี้เรียบร้อยแล้ว โดยมีนางสาวสุณี มังคลารัตนศรี ปลัดเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์เป็นประธานฯ สำหรับผู้ปกครองของเด็กรายนี้หลังเกิดเหตุได้ปิดโทรศัพท์ระงับการติดต่อทั้งหมด ในขณะที่ทางครูอาจารย์โรงเรียนฯดังกล่าว ได้เดินทางไปที่บ้านพักของเด็กนักเรียนและผู้ปกครองรายนี้ แต่พบว่านอกจากจะปิดบ้านพักแล้วยังได้รับแจ้งจากเพื่อนบ้านว่าหลบไปอยู่ที่บ้านญาตินอกเขตเทศบาลเมืองฯ