หน้าแรก ภูมิภาค โผล่อีก! หนุ่...

โผล่อีก! หนุ่มบ้านในวงตัวแทนชาวบ้าน แฉผอ.ร.ร.ในพื้นที่ส่อทุจริต โกงค่าอาหารกลางวันนักเรียน

22.06.18 | 22:11 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นายวัชรินทร์ ปานสวี ตัวแทนชาวจากพื้นที่บ้านในวง ต.ในวงเหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนอง นำเอกสาร 2 ชุดใหญ่ ทั้งเรื่องบิลค่าดำเนินการค่าอาหารกลางวันนักเรียน ค่าจ้าง ค่าดำเนินงานที่มีเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางการเงินที่โรงเรียนควรได้รับ พร้อมเอกสารข้อสงสัยในการดำเนินงานต่าง ที่ชาวบ้านในพื้นที่มีความสงสัยในตัวของผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ บ้านในวง อ.ละอุ่น เพื่อให้ นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกไม่สบายใจ และเป็นกังวลในการบริหารงานของผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว โดยมีนายธวัช ใจดี รองนายองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือและเอกสารร้องเรียน เนื่องจากนายองค์การบริการส่วนจังหวัดระนองติดภารกิจราชการ

นายวัชรินทร์ ปานสวี กล่าวว่า ที่ตนมาในวันนี้ในฐานะตัวแทนของประชาชนในพื้นที่บ้านในวง โดยได้นำรายชื่อประชาชนที่ลงลายมือชื่อไว้จำนวนนับร้อยรายชื่อ พร้อมข้อร้องเรียนให้ตรวจสอบการทุจริตจำนวน 5 ข้อ จากพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียน อาทิเช่น ค่าอาหารกลางวันเด็ก ค่าให้เช่าใช้พื้นที่โรงเรียน การมีปัญหาในเรื่องการบริหารงานการเรียนการสอนกับเด็กส่งผลไปถึงความไม่พอใจของผู้ปกครอง ซึ่งพร้อมกันนี้ได้แนบเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บิลการซื้อสิ่งของที่เกี่ยวกับค่าอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน บิลอื่น ๆ ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงในเรื่องของการทำงาน เอกสารจากหน่วยงานอื่นที่ขอใช้พื้นที่โดยมีค่าตอบแทนให้กับโรงเรียนแต่ไม่ได้นำเงินได้เข้าบัญชีโรงเรียน ซึ่งพฤติกรรมหลายอย่างส่อไปในทางทุจริต


ทางด้านนายธวัช ใจดี รองนายองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง กล่าวภายหลังการรับเอกสารร้องเรียนว่า จะได้รายงานให้นายกองค์การบริหารส่วนส่วนจังหวัดระนองได้รับทราบ ถึงประเด็นข้อร้องเรียนและปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งอยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการร้องเรียน คือต้องการให้มีการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งหลังจากทราบเรื่องและข้อมูลทั้งหมดแล้ว ทางนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง จะได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จ ว่าการร้องเรียนดังกล่าวมีมูลความจริงหรือไม่ ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองพร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย หากพบว่ามีความผิดตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ก็จะมีมาตรการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป