หน้าแรก ภูมิภาค หน่วยพยัคฆ์ไพ...

หน่วยพยัคฆ์ไพรไล่เช็คภูทับเบิก จับรีสอร์ตนายทุน 65 แห่ง เผยใช้ชาวม้งเป็นนอมินีเลี่ยงตรวจสอบ

10.04.16 | 14:30 น.

วันที่ 10 เมษายน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ กล่าวที่จ.เพชรบูรณ์ถึงปฎิบัติการจับกุมรีสอร์ตบนภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ตามบัญชีการสำรวจของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ในจำนวน 95 แห่งว่า ขณะนี้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวง พม. ป่าไม้และฝ่ายปกครองรวมทั้งกอ.รมน. โดยมีการแชร์ข้อมูลร่วมกันและพยายามคัดเลือกเฉพาะกลุ่มทุนจริงๆ เพื่อดำเนินการซึ่งมีอยู่ราว 65 แห่ง นอกนั้นจะเป็นผู้ประกอบการซึ่งเป็นราษฎรในพื้นที่ภูทับเบิก โดยในส่วนนี้ไม่ต้องตกใจหากเป็นราษฎรชาวม้งทับเบิกจริงก็ให้หากินต่อไปแล้วทิศทางจะดีขึ้นเอง

“วันนี้ต้องเข้าใจว่ากลุ่มทุนที่จะต้องถูกดำเนินการเพราะไม่มีคุณสมบัติจะอยู่อาศัยหรือทำกินในพื้นที่แห่งนี้ หากอยู่ไปก็จะผิดกฎหมายและต้องถูกดำเนินคดีฉะนั้นทางที่ดีควรถอยออกไปและมาตรการจะเข้มข้นขึ้น โดยผมได้เรียนหารือกับทางคณะทำงานแล้วว่า นอกจากจะดำเนินคดีทางป่าไม้แล้วจะสรุปเรื่องให้ทางปปง.ยึดทรัพย์ เพราะเข้าองค์ประกอบมูลฐานความผิดไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลและยังทำลายทรัพยากรธรรมชาติ” นายชีวะภาพ กล่าว

นายชีวะภาพกล่าวอีกว่า ที่สำคัญวันนี้จะคัดแยกออกมาให้ชัดรีสอร์ตไหนเป็นของกลุ่มทุน โดยในส่วนของราษฎรชาวม้งได้ตั้งคำถามว่า บางรายทำไมไม่ดำเนินคดีและจี้ให้เราดำเนินคดีให้หมด วันนี้จึงจะไล่จับกลุ่มทุนออกไปให้หมด ส่วนความยากง่ายก็คือการเอาชาวม้งในพื้นที่มาเป็นนอมิมีและนำมากล่าวอ้าง เพราะนายทุนเหล่านี้จะรู้ว่าพื้นที่ตรงไหนจัดสรรให้ชาวม้งทำมาหากินรวมทั้งผ่อนปรนให้ทำรีสอร์ตได้ เขาก็จะพยายามจะใช้ชาวม้งเป็นนอมินีรับอ้างเป็นผู้ประกอบการรีสอร์ตทั้งที่โดยข้อเท็จจริงนายทุนต่างอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น

201604101338343-20021028190322

นอกจากนี้ นายชีวะภาพกล่าวด้วยว่า ยกตัวอย่างคดีล่าสุดที่มีการจับกุมก่อนหน้านี้ก็มีชาวม้งในพื้นที่ ออกมาแสดงตัวโดยรับว่าเป็นเจ้าของรีสอร์ต แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่สืบเสาะและสอบสวนไปมาก็พบว่าไม่เป็นความจริง ผู้ประกอบการเจ้าของรีสอร์ตจริงก็มาจากจังหวัดอื่น แต่ก็จะใช้วิธีเลี้ยงไว้ก่อนและเมื่อถูกตรวจสอบก็จะให้ชาวม้งเหล่านี้ออกมารับแทน ซึ่งตรงนี้ฝากเตือนไว้ว่าอย่าไปรับแทนเพราะเป็นความผิดเช่นกัน ที่สำคัญอาจต้องเสียสิทธิในที่ดินแปลงดังกล่าวไป

Advertisement

“วันนี้ราษฎรชาวม้งในพื้นที่ที่ให้นายทุนเช่าทำรีสอร์ตก็ควรเร่งบอกเลิกสัญญาเช่า และบอกให้นายทุนหรือผุ้ประกอบการเหล่านี้ถอยออกไป ก็เป็นทางดีที่สุดเพราะหากถูกจับกุมดำเนินคดีขึ้นมาชาวม้งเจ้าของที่ดินซึ่งดูเหมือนร่วมมือกับนายทุนพวกนี้ก็อาจจะมีความผิดด้วย ควรเก็บที่ดินไว้ทำกินหรืออยากจะทำรีสอร์ตเองก็ควรดำเนินการเอง เพียงแต่ช่วงนี้ต้องรอแผนจัดการพื้นที่ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยออกมาเสียก่อน ก็คงเหลือระยะเวลาอีกไม่นาน” นายชีวะภาพ กล่าว