เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวขอนแก่น รายงานว่า จากการที่โลกโซเชียลมีเดีย ในเฟซบุ๊กของผู้ใช้นามว่า Benjawan Kanyabarn และเพจต่างๆ ได้เผยแพร่เรื่องราวของน้องนาตาลี ที่เป็นเด็กเรียนดี แต่ยากจน เนื่องจากพ่อซึ่งเป็นวิศวกรชาวเยอรมัน ที่อุปการะเลี้ยงดูและส่งเสียให้เล่าเรียน ได้ทิ้งน้องนาตาลี แล้วเดินทางกลับประเทศไปตั้งแต่น้องนาตาลีอายุได้ 11 ปี ขณะที่แม่ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่น้องนาตาลี อายุ 3 ปี อาศัยอยู่กับครอบครัวทางฝ่ายแม่ ในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้นางเบญจวรรณ กัลยาบาล อาจารย์โรงเรียนบ้านไผ่ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว เกิดขึ้นจากการที่คณะครูประจำชั้น ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนในความรับผิดชอบ โดยพบน้องนาตาลี ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 600/7 หมู่ 2 ซอยศาลเจ้า ถนนสุขาภิบาล 2 ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น โดยมีสภาพบ้านที่ทรุดโทรม หลังคามุงด้วยสังกะสี ชั้นเดียว อาศัยอยู่ด้วยกัน รวม 5 คน คือน้องนาตาลี ตา ยาย ลุง และป้า เป็นที่หดหู่ใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก คณะครูจึงอยากที่จะช่วยเหลือแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงได้โพสต์เรื่องราวของน้องนาตาลีลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว จนกระทั่งเพื่อนครูได้เข้ามาสอบถาม ถึงเรื่องราวความเป็นไปทั้งหมดของเรื่องที่เกิดขึ้น

นางเบญจวรรณกล่าวต่อว่า หลังจากเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวของน้องนาตาลี ในเฟซบุ๊กได้มี ดร.ยุทธศาสตร์ กงเพชร ผอ.รร.ขอนแก่นวิทยายน ได้ดำเนินการประสานในการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น และจะติดตามหาพ่อของน้องนาตาลีให้ ทั้งนี้ น้องนาตาลีเป็นเด็กเรียนดี ขยันเรียน เรียนเก่ง เป็นล่ามแปลภาษาอังกฤษให้กับเพื่อนๆ ในชั้นเรียน เป็นที่รักของเพื่อนและครู ซึ่งน้องนาตาลีนั้นแม่เสียชีวิตตั้งแต่น้อง 3 ขวบ พ่อเป็นชาวเยอรมันที่มีภรรยาหลายคน และนิสัยก็มักจะดุด่าน้องนาตาลีมาโดยตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้พ่อเคยส่งเงินให้น้องนาตาลีเดือนละ 10,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน และเป็นค่าใช้จ่ายค่าเทอม ช่วงหลังๆ จะมีปัญหากับป้าและลุงของน้องนาตาลี ก่อนที่พ่อน้องจะเดินทางบินกลับประเทศไป โดยไม่สามารถติดต่อได้ โดยที่ยังค้างค่าเทอมในระดับชั้น หมู่ 1 ที่โรงเรียนวิเทศศึกษา ก่อนที่ครอบครัวทางฝ่ายแม่ของน้องนาตาลี จะตัดสินใจให้น้องลาออกและมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนบ้านไผ่

ดร. ยุทธศาสตร์ กงเพชร ผู้อำนวยการ (เชี่ยวชาญ) โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน กล่าวว่า ในฐานะครูและเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไผ่ (ขก.5) มาก่อน หลังจากเห็นการโพสต์ใน Facebook ของผู้ใช้นามว่า Benjawan Kanyabarn ทำให้ได้ทราบเรื่องดังกล่าว จึงได้ประสานงานไปยังครูที่ปรึกษา เพื่อขอข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ เพื่อจะได้ทำการช่วยเหลือ ซึ่งในเบื้องต้นได้ให้เงินช่วยเหลือครอบครัวน้องนาตาลีจำนวน 10,000 บาท สำหรับการซื้อชุดนักเรียน-พร้อมถุงเท้า-รองเท้า รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่คงค้างกับโรงเรียนเดิม

ดร.ยุทธศาสตร์กล่าวอีกว่า ในเรื่องของพ่อที่ทิ้งน้องนาตาลีหนีกลับประเทศไปนั้น จะมีการประสานงานไปยังสถานทูตของประเทศเยอรมัน และมหาวิทยาลัยในเยอรมัน ที่มีความร่วมมือกับทางโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ในการตามหาพ่อของน้องนาตาลี เพราะคนที่เป็นพ่อลูกกันนั้น อย่างไรก็ตาม ก็คงตัดกันไม่ขาด โดยหวังว่าหากเรื่องราวของน้องนาตาลีเผยแพร่ออกไป ในสื่อต่างๆ จะทำให้พ่อที่อยู่ที่ประเทศเยอรมัน เห็นแล้วจะกลับ หรือมารับผิดชอบลูกสาวของตนเอง อย่างไรก็ดีจะมีการปรึกษาหารือร่วมกันของคณะครู และผู้ที่ใจบุญกุศล ร่วมกันในการก่อตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนน้องนาตาลี ให้ได้เล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษาในระดับสูงสุด ให้สมกับความตั้งใจว่า เมื่อจบการศึกษาแล้วจะไปเป็นครู

ด้าน ด.ญ.สุมาตรา มนต์ไธสง (น้องนาตาลี) กล่าวว่า รู้สึกดีใจและกราบขอบคุณคณะครูที่ให้การช่วยเหลือ ในเบื้องต้น โดยอนาคต ตนเองตั้งใจไว้ว่าอยากเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เพื่อจะนำความรู้ความสามารถด้านภาษา ที่ได้ร่ำเรียนมานำมาสอนให้กับนักเรียนต่อไป อีกทั้งตนมีความต้องการที่จะดูแลครอบครัวญาติทางฝ่ายแม่ที่เลี้ยงดูตนเองมาหลังจากที่แม่ได้เสียชีวิต และพ่อที่ทิ้งกลับประเทศไป โดยในวันนี้ตนได้ไปเปิดบัญชีไว้ที่ธนาคารออมสิน สาขาบ้านไผ่ หมายเลขบัญชี 020244684666 เพื่อที่จะนำเงินที่ผู้ใจบุญ ร่วมบริจาคในการช่วยเหลือเก็บสะสม ไว้ใช้จ่ายในอนาคตต่อไป


