เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการัจงหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวถึงกรณีคณุโรงเรียนเทศบาล 1 เขียนสก๊อตเทปแปะติดหน้าอกลูกศิษย์วัย 8 ปีไม่ชำระค่าเทอม 700 บาท จนผู้ปกครอบไม่พอใจกระทั่งนำภาพแพร่ทางสื่อโซเชียลจนกลายเป็นประเด็นฉาว กระทั่งนายกเทศมนตรีมีคำสั่งย้ายช่วยราชการไปยังโรงเรียนข้างเคียงและตั้งคณะกรรมสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ขณะนี้ทางนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงพร้อมให้ครูรายนี้ไปช่วยปฏิบัติราชการในโรงเรียนอื่นแล้ว ส่วนทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด(พม.จ.)เพชรบูรณ์ ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือแล้ว ก็ต้องรอผลการสอบข้อเท็จจริงว่าจะมีการคลาดเคลื่อนอะไรบ้างหรือไม่
“ไม่น่าเกิดเรื่องนี้เลยและขอความเสียใจกับครอบครัวเด็กนักเรียนรายนี้ และประเด็นที่ค่อนข้างอ่อนไหว เลยกำชับให้ทางเทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยดูแล นอกจากนี้ยังทราบว่าสภาพครอบครัวเด็กก็มีปัญหาอยู่เช่นกัน โดยผู้ปกครองแยกกันอยู่ อย่างไรก็ตามทาง พม.จ.ได้ลงไปเยี่ยมและติดตามและเก็บข้อมูล เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือทั้งในระยะสั้นและระยะยาวแล้ว”นายพิบูลย์กล่าว
นายพิบูลย์กล่าวว่า เรื่องนี้คงเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ครูซึ่งทำอะไรต้องมีความละเอียดและขอให้คิดโดยรอบคอบ เพราะอ่อนไหวต่อจิตใจของเด็ก ที่สำคัญก็ยังไม่รู้ว่าเจตนาจริงๆคืออะไรกันแน่ ส่วนการค้างชำระค่าเทอมตรงนี้ทราบเบื้องต้นว่าเป็นค่าบำรุงการศึกษาบริการเสริมซึ่งผ่านการเห็นของทางผู้ปกครองแล้ว โดยเฉพาะหากมีโอกาสร่วมประชุมกับทางผู้บริหารสถานศึกษาต่างๆและผู้บริหารท้องถิ่น ก็ย้ำและกำชับไปหลายครั้งขอให้ช่วยดูแลทั้งเรื่องสวัสดิภาพเด็กรวมทั้งเรื่องอาหารกลางวันต่างๆด้วย เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาในพื้นที่ซึ่งเพชรบูรณ์ไม่น่าจะมีประเด็นแบบนี้เกิดขึ้น
นายพิบูลย์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ไม่ใช้มีผลกระทบแต่เพียงเด็กนักเรียนและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบไปถึงจิตใจครูในภาพรวมและยังส่งผลถึงสังคมด้วย โดยเฉพาะสื่อโซเชียลที่ไปเผยแพร่กันเยอะมากจนน่าเป็นห่วงในจุดนี้ และในการสอบสวนข้อเท็จจริงก็เน้นย้ำไปให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และอยากให้ทุกฝ่ายรอดูข้อเท็จจริงก่อนว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะข้อเท็จจริงอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด
“อยากขอให้ชาวโซเชียลพิจารณาด้วยความรอบคอบก่อนจะไปโพสกันต่อ เพราะหลายประเด็นก็มีการใส่ความคิดส่วนตัวลงไปจนเหมือนซ้ำเติมสถานการณ์ จนทำให้เกิดกระแสที่ดูแล้วไม่เกิดความสมัครสมานสามัคคีกันขึ้น”นายพิบูลย์กล่าว

