หน้าแรก ภูมิภาค ครูแจงปมตบบ้อ...

ครูแจงปมตบบ้องหูเด็กพิเศษ ยันไม่จริง เผยผอ.แค่ล็อกตัวแล้วเขย่า ไม่รู้รอยที่หน้ามาจากไหน แม่เรียก 2 แสน

24.06.18 | 19:42 น.

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายกรณีที่มีผู้ปกครองของนักเรียนคนหนึ่งในตัวเมืองเชียงราย ได้โพสข้อความลงบนเฟสบุ๊คส่วนตัวระบุว่าเด็กนักเรียนซึ่งเป็นเด็กพิเศษถูกผู้อำนวยการของโรงเรียนดังกล่าวมัดแขนและตบบ้องหูจนแก้วหูทะลุ จนหูไม่ได้ยินเสียง มิหนำซ้ำยังให้ออกจากสถานศึกษาจนไม่มีที่เรียนหนังสือ จนสร้างความสะเทือนใจต่อสังคมมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในโลกออนไลน์ ล่าสุดทางนางสาวสายสวาท คำก้อนแก้ว ครูประจำชั้นของเด็กดังกล่าวได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์เรื่องราวข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

น.ส.สายสวาทระบุว่าวันก่อนเกิดเหตุวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา เด็กนักเรียนคนดังกล่าวซึ่งเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ มีอารมณ์โมโหง่ายและฉุนเฉียว อ่อนไหวง่ายเมื่อมีอะไรมากระทบกับจิตใจ ได้ทะเลาะกับเพื่อนประจำชั้น เพื่อนก็เลยจะมาฟ้องคุณครูแต่กลับถูกเด็กนี้ทุ่มเก้าอี้ใส่ แต่โชคดีไม่โดน จึงเอากระเป๋าฟาดใส่หน้าแทน กระทั่งวันที่ 5 มิถุนายนทางครูฝ่ายปกครองทราบเรื่องจึงประกาศเสียงตามสายให้นักเรียนคนี้มาพบเพื่อจะว่ากล่าวตักเตือนหลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติเสร็จ แต่ปรากฎว่าเด็กคนดังกล่าวเมื่อถูกเรียนตัวมาทีแรกก็ยอมมาแต่โดยดี แต่ทันทีเมื่อมาถึงก็เกิดอาการโมโหกรี๊ดลั่น อีกทั้งพยายามใช้มือฟาดใส่คุณครู ทางผอ.ทราบเรื่องจึงได้เข้ามาระงับเหตุ โดยเข้ามาล็อกตัวด้านหลังแล้วเขย่าๆตัว พร้อมกับว่ากล่าวตักเตือนให้สงบสติอารมณ์ แต่ทางเด็กไม่ยอมพยายามดิ้นขัดขืนจนต้องกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน แต่ไม่ได้ถึงขั้นลงมือตบตามที่ถูกกล่าวหา ก่อนจะเรียกให้ทางภารโรงหาเชือกมารัดแขนไว้เพราะเกรงจะวิ่งหนีเหมือนเคยกระโดดข้ามกำแพงมาแล้วหรืออาจไปทำร้ายเด็กนักเรียนคนอื่น และให้เรียกผู้ปกครองมารับตัวไป


น.ส.สายสวาทกล่าวว่าซึ่งไม่ทราบว่าเด็กมีรอยที่ลำคอและที่หน้าได้อย่างไร กระทั่งช่วงบ่ายทางผู้ปกครองพาเด้กไปตรวจและเข้าแจ้งความกับทางตำรวจ จนวันที่ 6 มิถุนายนทางพนักงานอสบสวนก็เรียกเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริง และมีการพุดคัยกันระหว่างผู้อำนวยการโรงเรียนกับแม่ของเด็กนักเรียน ซึ่งทางแม่ของเด็กได้เรียกเงินจำนวน 200,000 บาท ซึ่งทางผู้อำนวยการไม่มีให้ โดยชี้แจงถึงเหตุจำเป็นที่ต้องระงับเหตุที่เกิดขึ้น ทางผู้ปกครองก็ไม่ยอมยืนยันที่เรียกเงินจำนวน 200,000 บาทให้ได้ ซึ่งเรื่องจึงอยู่ระหว่างการฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งทางแม่ของเด็กระบุว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด จนกระทั่งมีการนำโพสในออนไลน์ดังกล่าว ส่วนกรณีที่ให้ย้ายสถานศึกษาไม่ได้เป็นการไล่ออกแต่เป็นการแนะนำของของผู้อำนวยการเพื่อให้เกิดความสบายใจของผู้ปกครองและเด็กนักเรียน โดยมีการประสานโรงเรียนอื่นให้ซึ่งเขาก็ยินดีรับ แต่ทางผู้ปกครองไม่ยอมไปหาติดต่อโรงเรียนอื่นแทน

อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงผู้อำนวยการเบื้องต้นระบุว่าอยู่ระหว่างการทำใจแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นถึงครั้งหนึ่งเพื่อให้เกิดความเข้าใจกับทุกฝ่าย ส่วนทางผู้โพสข้อความดังกล่าวผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อแต่ติดต่อไม่ได้โดยเบื้องต้นทราบว่าผู้โพสไม่ได้เป็นผู้ปกครองหรือแม่ของเด็ก เป็นแค่เพียงเพื่อนของแม่เด็กคนดังกล่าวอีกทีหนึ่ง

Advertisement