รัฐบาลทุ่ม 1.2 แสนล้านบาทพัฒนาระบบการคมนาคมให้สะดวกปลอดภัย รมว.คมนาคมเผยถนนของไทยด้อยกว่าสิงคโปร์เล็กน้อย อนาคตรถไฟรางคู่จะเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสะพานยกระดับข้ามทางรถไฟ ด้านหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.กระทรวงคมนาคมและคณะ ได้เดินทางมาตรวจติดตามการก่อสร้างสะพานซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้าง อยู่บนทางหลวงหมายเลข 294 ระยะทางประมาณ 7 กม.เศษ ค่าก่อสร้าง 134 ล้านบาทเศษ โดยจะสิ้นสุดสัญญาการก่อสร้างในวันที่ 27 มิ.ย. 61 ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดปัญหาการจราจรติดขัดของถนนเลี่ยงเมืองศรีสะเกษ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผิวจราจรบางส่วนยังไม่เรียบ เมื่อมีการเปิดใช้ไประยะเวลาหนึ่งแล้วผิวถนนก็จะเรียบลง ซึ่งคาดว่าจะประกอบพิธีเปิดสะพานแห่งนี้เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้รถในการสัญจรไปมาได้ประมาณกลางเดือน ก.ค. 2561 โดย รมว.คมนาคมจะมาเป็นประธานในพิธีเปิดสะพานด้วยตนเอง โดยมีนายวิชาญ พันธุ์นุเรณู ผอ.แขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 1 และคณะให้การต้อนรับ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ถนนทุกสายของประเทศไทยได้มีการพัฒนาปรับปรุงเพื่อให้ได้ระบบมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยเพื่อให้ถนนทุกสายมีความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ซึ่งถนนของประเทศไทยยังเป็นรองแค่ประเทศสิงคโปร์เท่านั้น เพราะว่าถนนของไทยมีทั้งโครงข่าย ทั้งคุณภาพ ส่วนรถไฟของไทยยังเป็นรองประเทศอินโดนีเซีย เพราะว่าเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างมาก ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังเร่งดำเนินการก่อสร้างรถไฟรางคู่ ต่อไปในอนาคตจะเปลี่ยนไปเป็นรถไฟฟ้าและจะมีการนำเอาตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกบนรถไฟเพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ซึ่งในปี 2562 กระทรวงคมนาคม ได้เสนอของบประมาณจากรัฐบาล จำนวนประมาณ 1.2 แสนล้านบาท เพื่อนำเอาไปใช้ในการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศไทยเพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย

นายอาคม กล่าวต่อไปว่า การที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณในการพัฒนาด้านการคมนาคมนั้น เนื่องจากว่าเป็นเรื่องของการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการลดต้นทุน โลจิสติกส์ เป็นระบบการจัดการการส่งสินค้า ข้อมูล และทรัพยากรอย่างอื่นจากจุดต้นทางไปยังจุดบริโภคตามความต้องการของลูกค้า เพราะถ้าโลจิสติกส์แพงก็จะมีการบวกในราคาสินค้าไปสู้กับประเทศอื่นไม่ได้ ขณะนี้โลจิสติกส์ของไทยอยู่ที่ 14 เปอร์เซ็นต์ ครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องของค่าน้ำมัน อีกครึ่งหนึ่งเป็นคลังสินค้า เพราะถ้าลดต้นทุนค่าน้ำมัน ซึ่ง 80 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่รถบรรทุก ถ้าเอาตู้คอนเทนเน่อร์ขึ้นรถไฟรางคู่ได้แล้ว ต้นทุนการขนส่งสินค้าจะลดลง อีกส่วนหนึ่งก็คือคุณภาพชีวิตของประชาชน การเดินทางจะสะดวกสบายมากขึ้น ถ้าได้มีการปรับปรุงถนน 4 ช่องจราจร ในเส้นหลัก ส่วนเส้นย่อยที่เป็นโครงข่ายใยแมงมุมจะมีการปรับปรุงเช่นกัน เพื่อลดระยะทางเวลาการเดินทาง ซึ่งรัฐบาลชุดนี้จะเน้นความปลอดภัย ถนนทุกสายจะต้องได้รับการดูแลในเรื่องความปลอดภัยมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยให้ครบถ้วนต่อไป


