ศพสาวถูกฆ่าหั่นศพกลับถึงบ้านที่ร้อยเอ็ดแล้ว สามีเก่าเผยจะดูแลลูกชายให้ดีที่สุด

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน ศพของ น.ส.ลักษณา กำลังเก่ง หรือน้องเมย์ อายุ 24 ปี ซึ่งถูกนายธนกฤษหรือวุธ ประกอบ อายุ 36 ปีเป็นสามีใหม่ ฆ่าหั่นศพนำไปทิ้ง ได้กลับถึงบ้านเกิดแล้วโดยรถตู้รับจ้าง มีญาติมารอรับศพอยู่ที่วัดหลายคน ญาติได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านดงหัวเรือ หมู่ที่ 8 ต.นาใหญ่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งห่างจากบ้านราว 100 เมตร โดยมี น.ส.วนิดา กำลังเก่ง น้องสาวได้จุดธูปเดินนำหน้าหีบศพไปตั้งบนศาลาพักศพ ซึ่งการเดินทางไปส่งศพในครั้งนี้มีนายอำพล จันทชา อายุ 32 ปีสามีเก่าซึ่งมีลูกชายด้วยกัน 1 คนอายุ 5 ขวบก็ได้นั่งมาในรถตู้พร้อมญาติๆด้วย โดยยังไม่มีกำหนดการว่าจะฌาปนกิจศพวันใด

จากการสอบถามนายอำพล อดีตสามีของผู้ตายบอกว่า หลังจากแม่ของลูกเสียชีวิตแล้วตนก็จะดูแลลูกชายให้ดีที่สุดเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ในเวลาเดียวกัน แต่การเลี้ยงดูยังคงให้แม่ยายเลี้ยงให้เพราะตนต้องไปทำงานรับจ้างเป็น รปภ.ที่อิมแพคเมืองทองธานี โดยจะส่งเงินค่าเลี้ยงดูมาให้และจะกลับบ้านไปเยี่ยมลูกบ่อยขึ้นเมื่อมีเวลาว่างจากการทำงาน

ส่วนนายสุพรรณ พาลี ลุงของผู้ตายเผยความรู้สึกว่า เรื่องการดำเนินคดีนั้นตนก็ยังอยากให้มีการคงการลงโทษประหารชีวิตไว้อยู่เพราะเรื่องแบบนี้ไม่เกิดกับครอบครัวใครก็คงไม่เข้าใจว่าผู้ที่สูญเสียนั้นเจ็บปวดพียงใด และยิ่งเป็นการกระทำการอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ มีการเตรียมการและวางแผนไว้ล่วงหน้าด้วยก็น่าจะถูกลงโทษประหารสถานเดียว ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไรเพราะเขาไม่ใช่ผู้สูญเสียท่านก็มีความเห็นได้ และก็เพื่อไม่ให้คนที่คิดจะกระทำได้มีความยับยั้งชั่งใจ

เช่นเดียวกับนายนนท์ สังขศิลา เพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตบอกว่าถ้าเป็นการฆ่ากันตายโดยทั่วไปก็ไม่เป็นไรแต่เหตุการณ์นี้เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมเกินไปก็ควรจะได้รับโทษประหารชีวิต เพื่อไม่ให้เป็นเยื่องอย่างต่อไปและจะทำให้ประเทศชาติดีขึ้น

ส่วนเรื่องการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตนั้น ทางยุติธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เดินทางไปพบกับครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้วโดยแจ้งว่าจะได้รับเงินทดแทนจากรัฐเพราะเหตุถูกกระทำให้เสียชีวิต ราว 110,000 บาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พบซาก ‘เต่าตนุ’ ขนาดใหญ่อายุราว 50 ปี เกยตื้นชายหาดเกาะสมุย (คลิป)
บทความถัดไปป่วนแต่เช้า! รถไฟฟ้าบีทีเอสเสีย ผู้โดยสารสะสมบริเวณสถานีเป็นจำนวนมาก (ชมคลิป)