เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.อ.เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ได้รับรายงานจาก ร.ต.สุธานนท์ พุ่มสร้าง หัวหน้าชุดจุดตรวจด่าน จปร. กองร้อยทหารราบที่ 2521 ชุดเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ว่า ได้สืบทราบว่าจะมีขบวนการการลักลอบขนต่างด้าวเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย ซึ่งจะใช้เส้นทางรอยต่อระหว่าง จ.ระนอง กับ จ.ชุมพร จึงได้ประสาน พ.ต.ท.ปราโมทย์ ผาสุก หัวหน้าชุดหน่วยปฏิบัติการพิเศษภูธรจังหวัดระนอง สนธิกำลังและแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 ชุด เข้าร่วมตรวจสอบค้นหาตามเส้นทางที่ได้รับแจ้งข่าว การลักลอบนำคนต่างด้าวเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย
จนกระทั่งพบรถยนต์ที่ขนต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าประเทศจำนวน 2 จุด บนถนนสายรอง รอยต่อระนอง-ชุมพร เป็นรถกระบะจำนวน 3 คัน บรรทุกชาวพม่าชาย-หญิงรวม 40 คน เป็นผู้หญิง 6 คน และผู้ชาย 34 คน มีผู้นำพาเป็นคนขับซึ่งเป็นชายชาวพม่าจำนวน 2 คน และชายชาวไทยจำนวน 1 คน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวทั้งหมดมายังจุดตรวจความมั่นคงด่าน จปร. ต.จปร. อ.กระบุรี จ.ระนอง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากจั่น เจ้าของพื้นที่ และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จังหวัดระนอง ให้มาร่วมทำการสอบสวน

จากการสอบสวนในเบื้องต้น คนนำพาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพว่า รถทั้ง 3 คัน ไปรับชาวพม่ามาจากชายแดน จ.ระนอง-จ.เกาะสอง ประเทศพม่า จากนั้นแยกนำขึ้นรถกระบะ แล้วแยกย้ายกันขับไปตามเส้นทางถนนสายรอง เพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจตำรวจและด่านตรวจทหารบนถนนสายหลัก แต่ไม่นึกว่าจะมีชาวบ้านเห็นแล้วแจ้งมายังเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งพวกตนทั้ง 3 คนรับจ้างจากนายหน้ามาอีกทอดหนึ่ง ซึ่งได้ค่าจ้างขับรถจาก จ.ระนอง ไปยัง จ.ชุมพร คนละ 2,000 บาท โดยผู้ว่าจ้างได้จัดหารถมาให้ พวกตนทำหน้าที่เพียงขับรถไปจนถึงเขตพื้นที่ชุมพร ก็จะมีคนมารับอีกทอดหนึ่ง เพื่อนำชาวพม่าทั้ง 40 คน ไปยังจังหวัดต่างๆ ของภาคใต้ รวมไปถึงประเทศมาเลเซีย
ทางด้านเจ้าหน้าที่ระบุว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการจับกุมแล้วพบชาวพม่าเป็นคนนำพาหรือคนขับรถถึง 2 คน ซึ่งเป็นคนขับรถในการลักลอบขนชาวพม่าด้วยกันเอง แสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้อยู่ในพื้นที่มานานจนรู้เส้นทางเป็นอย่างดี จึงขยับจากผู้ใช้แรงงานมาเป็นผู้ลักลอบขนแรงงานเสียเอง เพราะคนไทยรู้ดีว่าการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมายมีอัตราโทษสูง และอาจจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์ และชาวพม่ายังไม่เข้าใจกฎหมายและบทลงโทษของไทย จึงกล้าเสี่ยงที่จะมาลักลอบขนชาวพม่ากันเอง ซึ่งในส่วนนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อสาวให้ถึงตัวผู้จ้างวาน ผู้ที่จัดหารถให้ในการลักลอบขนชาวพม่า เพื่อจะนำตัวผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

