หน้าแรก ภูมิภาค ทหารเรือส่ง &...

ทหารเรือส่ง ‘หน่วยซีล’ ช่วยค้นนักบอลติดถ้ำหลวงเชียงราย (คลิป)

25.06.18 | 08:38 น.

ความคืบหน้ากรณีนักเรียนทีมฟุตบอล “หมูป่า” อายุตั้งแต่ 11-16 ปี พร้อมผู้ฝึกสอน หรือโค้ช อายุ 25 ปีจาก ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวม 13 คน ผลัดหลงอยู่ภายในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หมู่บ้านจ้องวัด หมู่ 9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย ตั้งแต่เย็นวันที่ 23 มิถุนายน ทำให้หลายหน่วยงานโดยเฉพาะหน่วยกู้ภัยส่งทีมเข้าไปติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่พบกลุ่มเยาวชนดังกล่าว ขณะที่ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สั่งการให้ตั้งกองอำนวยการบริเวณปากถ้ำ เพื่อแบ่งทีมเข้าค้นหาอย่างต่อเนื่องนั้นรวมทั้งขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่มีศักยภาพให้ร่วมสนับสนุนการค้นหานั้น

ล่าสุดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) กองทัพเรือ โดย พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.นสร.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารเรือดังกล่าวหรือหน่วยซีลได้จัดกำลังพลจากกรมรบพิเศษที่ 1 ทหารเรือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือเต็มพิกัดเดินทางไปให้การสนับสนุนการช่วยเหลือที่ถ้ำหลวงแล้วโดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันที่ 25 มิถุนายนเป็นต้นไป หลังจากได้สำรวจภายนอกและสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือมาก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมา

Advertisement

นาวาเอกอนันต์ สุราวรรณ ผบ.กรมรบพิศษที่ 1 ทหารเรือ ซึ่งกำลังพลไปที่ อ.แม่สาย เปิดเผยว่า จากข้อมูลข่าวสารจากคนในพื้นที่และคนที่เคยสำรวจทราบว่าถ้ำเป็นแอ่งน้ำและช่องไม่กว่างมากนักและมีสิ่งกีดขวาง ทำให้ไม่ยังสามารถเข้าไปได้แนวทางปฏิบัติคือ ส่งส่วนล่วงหน้าไปสำรวจและชุดทีมงานจะเข้าไปดำเนินการต่อไป เบื้องต้นมีการแบ่งชุดทำงานเป็น 4 ชุด เพื่อไม่ให้ตรากตรำมากนักและทำงานครั้งละ 4 นาย จากการพูดคุยกับคนในพื้น่ที่ทราบว่ามีช่องทางหลายเส้นไม่ใช่ถ้ำตัน แต่จะทำอย่างไรจึงจะามารถหาช่องทางนี้ให้เจนอคิดว่าไม่เกินขีดคาวมสามารถแน่นอน โดยปัญหาเท่าที่ฟังคือน้ำขุ่นเมื่อดำลงไปแล้วมองอะไรไม่เห็น ก็เหมือนกับเราหลับตาหาแล้วอะไรซักอย่างหนึ่ง ตรงนี้ก็เป็นอุปสรรคในเรื่องขอกระแสน้ำและความขุ่นแต่เจ้าหน้าที่ก็จะปฏิบัติการให้ดีที่สุดต่อไป

สำหรับถ้ำหลวงเป็นถ้ำเก่าแก่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของ จ.เชียงราย ตั้งอยู่ห่างจากถนนพหลโยธินประมาณ 1 กิโลเมตร พื้นที่ ต.โป่งผา ซึ่งไม่ห่างจากชายแดนไทย-พม่า โดยบริเวณถ้ำหลวงมีถ้ำต่างๆ ตามธรรมชาติอีกหลายแห่งติดกัน อย่างไรก็ตาม ถ้ำหลวงแตกต่างจากแห่งอื่นๆ เนื่องจากมีลำธารที่ขนานออกมากับความลึกของถ้ำโดยสามารถสังเกตได้ตั้งแต่ปากทางเข้าที่มีการทำทางเดินและราวจับคู่กับลำธารที่ไหลออกมา ส่วนภายในมืดสนิทและมีโพลงหรือส่วนเว้าต่างๆ มากมาย รวมทั้งมีความลึกหลายกิโลเมตร ส่วนที่นักผจญภัยนิยมไปเยือน คือ ลานพระ ซึ่งเป็นส่วนเว้าด้านข้างที่อยู่ลึกเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ส่วนที่นักค้นหาสันนิฐานกลุ่มเยาวชนทั้ง 13 คนติดอยู่คือส่วนเว้าที่อยู่ลึกเข้าไปประมาณ 3-4 กิโลเมตร

โดยด้านหน้ามีน้ำท่วมปิดทางเข้าหมดกว้าง แต่ผู้ที่เคยสำรวจระบุว่าฝั่งตรงกันข้ามกับทางเข้ามีเนินหินสูงพ้นน้ำแต่อยู่ห่างออกไปประมาณ 15 เมตร และน้ำลึกกว่า 5 เมตร ทำให้ต้องใช้การดำผ่านโขดหินและช่องทางคับแคบเข้าไป ทำให้ปฏิบัติการช่วยเหลือโดยทางจังหวัดที่ผ่านมาได้จัดนักค้นหาและนักประดาน้ำจากหน่วยกู้ภัยต่างๆ รวม 8 ชุด ทะยอยเข้าไป แต่ไม่สามารถผ่านช่องทางได้เพราะออกซิเจนหมดเสียก่อนและพบกับอุปสรรคเรื่องความขุ่นของน้ำและโขดหินทางกองทัพเรือจึงส่งกำลังไปช่วยเหลือดังกล่าว