หน้าแรก ภูมิภาค สวล.ลำปางเตือ...

สวล.ลำปางเตือนห้ามนำปลาลอยตายไปกิน-ขาย หลังพบน้ำวังเสื่อมมาก-ค่าเชื้อโรคสูง

10.04.16 | 16:15 น.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติภูมิ นามวงค์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครลำปาง เปิดเผยว่า จากกรณีที่พบปลาเป็นจำนวนมากลอยขึ้นมาตายเหนือผิวน้ำในแม่น้ำวัง ในเขตตัวเมืองลำปาง ทำให้มีชาวบ้านและคนหาปลาแห่ลงไปเก็บปลาขึ้นมา เพื่อนำไปบริโภคและขาย โดยหลังเกิดเหตุได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บซากปลาที่ตายมาตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุการตาย และตรวจสอบถึงความสะอาด ดังนั้นในช่วงที่เพิ่งพบปลาลอยตาย และผลการตรวจความสะอาดปลายังไม่ระบุออกมา จึงขอประกาศเตือนประชาชนที่ลงไปเก็บปลาขึ้นมาว่าไม่ควรนำปลาที่ได้ไปปรุงอาหารรับประทาน เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้

“ยอมรับว่าในบางจุดของแม่น้ำวังในช่วงแล้งนี้ น้ำวังเกิดเน่าเสีย จากท่อระบายน้ำในเขตตัวเมืองลำปางบางจุด ที่ยังคงปล่อยลงมา จากระบบท่อที่ยังไม่สามารถนำไปต่อรวม เพื่อผ่านไปยังระบบบำบัดน้ำเสียรวมได้ ดังนั้น จึงทำให้เกิดมีสภาพน้ำเน่า ซึ่งตามที่ทางเขื่อนกิ่วลม อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่ จ.ลำปาง มีกำหนดปล่อยน้ำ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมประเพณี และเทศกาลสงกรานต์ ในช่วงระหว่างวันที่ 10-13 เมษายนนี้ โดยถือว่าเป็นน้ำระลอกใหญ่จากเขื่อน ซึ่งมวลน้ำจะมาถึงเย็นวันนี้ จะเป็นการบรรเทาปัญหา ทั้งปลาตาย ปัญหาน้ำเน่า และมีกลิ่นไปได้ ซึ่งปีนี้ต้องยอมรับว่าการหยุดปล่อยน้ำจากเขื่อนกิ่วลม เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง เพื่อประหยัดน้ำ จึงทำให้กระทบต่อระบบนิเวศในแม่น้ำวังในเขตตัวเมืองอย่างมาก” นายกิตติภูมิกล่าว

201604101423301-20110510201751

ด้านนายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาคที่ 2 ลำปาง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำวังขณะนี้ พบว่าสภาพน้ำและคุณภาพน้ำวังอยู่ในเกณฑ์น้ำเสื่อมโทรมมาก โดยพบออกซิเจนในน้ำต่ำและพบค่าโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ซึ่งเป็นกลุ่มแบคทีเรียที่อยู่ในของเสีย เน่าเปื่อย และยังตรวจพบเชื้อโรคในน้ำวังมีค่าสูงมาก ซึ่งแม่น้ำวังแห่งนี้เคยเกิดปรากฏการณ์ปลาลอยขึ้นมาตายแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา โดยปลาที่เกิดตายน็อกน้ำมาจากหลายสาเหตุ ทั้งน้ำเน่าเสียและออกซิเจนในน้ำมีน้อยจึงลอยขึ้นมา และตายเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ขอแจ้งเตือนประชาชนอย่านำปลาที่ได้ไปปรุงอาหารเพื่อรับประทาน เพราะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าปลามีอันตรายหรือไม่ ซึ่งในการตรวจสภาพน้ำจะยืนยันได้ว่าไม่พบโลหะหนักหรือสารพิษใด แต่กลุ่มเชื้อโรคต่างๆ โดยเฉพาะแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำ ก็ยังไม่สภาพที่อาจจะทำให้ไม่ปลอดภัยได้