เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีผู้ปกครองของนักเรียนคนหนึ่งในตัวเมืองเชียงรายได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าเด็กนักเรียนซึ่งเป็นเด็กพิเศษถูกผู้อำนวยการของโรงเรียนดังกล่าวมัดแขนและตบบ้องหูจนแก้วหูทะลุไม่ได้ยินเสียง มิหนำซ้ำยังให้ออกจากสถานศึกษาจนไม่มีที่เรียนหนังสือจนสร้างความสะเทือนใจต่อสังคม มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในโลกออนไลน์ ล่าสุดทางผู้สื่อข่าวได้ลงตรวจสอบโรงเรียนดังกล่าวทราบว่าคือโรงเรียนอนุบาลฮ่องลี่ (ค่ายเม็งรายมหาราชอุปถัมภ์) ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลนครเชียงราย โดยมีนายทองเดิน เผ่าดี เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน
โดยจากการสอบถามข้อเท็จจริงทราบว่า เด็กนักเรียนคนดังกล่าวเป็นเด็กพิเศษที่มีอารมณ์ไม่ปกติเหมือนคนทั่วไป แต่ที่ทางโรงเรียนรับเข้ามาก่อนหน้านี้เพราะทางญาติมาร้องขอ จึงได้พยายามจะดูแลให้มีการปรับตัวให้เข้ากับเด็กทั่วไปให้ได้แต่น้องคนนี้ก็ปรับตัวได้ยาก ชอบทำร้ายเพื่อนนักเรียนด้วยกันประจำ โดยก่อนเกิดเหตุก็มีการทำร้ายเพื่อนจึงถูกครูฝ่ายปกครองเรียกมาอบรม แต่กลับแสดงกิริยาไม่เหมาะสมด้วยการกรี๊ดลั่น และพยายามจะทำร้ายครู ตนในฐานะผู้ดูแลโรงเรียนก็จำเป็นที่จะต้องเข้าระงับเหตุเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย โดยล็อกด้านหลังและเขย่าตัวเพื่อให้เด็กซึ่งขณะนั้นคุมสติไม่อยู่อาละวาดอย่างเดียว เลยให้เจ้าหน้าที่ใช้เชือกช่วยกันมัดเอาไว้ เพื่อไม่ให้น้องเขาหลบหนีไปเหมือนที่เคยกระโดดกำแพงหลบหนีแล้วครั้งหนึ่ง เกรงจะเป็นอันตรายต่อน้องเข้า

นายทองเดินยืนยันด้วยว่า ไม่ได้มีการทำร้ายอย่างรุนแรงหรือตบบ้องหูน้องเขาแต่อย่างใดส่วนรอยที่ติดตามลำคอและใบหน้าไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร อาจเป็นช่วงชุลมุนและคนช่วยกันจับและห้ามหลายคน ซึ่งหลังเกิดเหตุก็รีบแจ้งให้ผู้ปกครองทราบเรื่องและมารับตัวเด็กเอง การที่มาโพสต์ว่าเห็นตนตบทำร้ายเด็กนั้นเป็นไปไม่ได้เพราะตอนผู้ปกครองมาเหตุการณ์ต่างๆ นั้นสงบลงแล้วและไม่มีใครบ้าจะตบลูกต่อหน้าผู้ปกครอง ซึ่งตนก็พยายามชี้แจงให้ทางผู้ปกครองเข้าใจในความจำเป็นแต่ไม่ยอมฟัง แม้ตนจะไม่ได้ทำร้ายเด็กแต่ในฐานะผู้ดูแลสถานศึกษาตนก็ยอมที่จะเยียวยาเด็กในด้านการรักษาหรืออุปกรณ์ช่วยการฟังซึ่งไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนหรือหมดเท่าไหร่ แต่ทางผู้ปกครองกลับเรียกร้องเงิน 200,000 บาทจากตนซึ่งตนบอกไม่มีถึงขนาดนั้น จึงบอกว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

