เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน เวลา 09.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ได้มีอาจารย์ และนักศึกษา แผนกวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา จำนวนกว่า 200 คน เดินขบวนขับไล่นายผจญ รุ่งเรือง อายุ 58 ปี หัวหน้าแผนกวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยสารพัดช่าง ออกจากวิทยาลัยฯ ภายใน 24 ชั่วโมง โดยนักศึกษาผู้เดินขบวนขับไล่ ระบุว่า นายผจญ มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับความเป็นหัวหน้าแผนกวิชาฯ เนื่องจากชอบดื่มสุราเมา และสูบบุหรี่ขณะปฏิบัติหน้าที่, ชอบใช้อำนาจและความรุนแรง ตีครูโชว์นักศึกษา นอกจากนี้ยังไม่ยอมทำหน้าที่สอนหนังสืออีกด้วย จึงทำให้อาจารย์ประจำแผนกวิชา และนักศึกษาไม่พอใจ พากันออกมาเดินขบวนถือป้ายเรียกร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการขับไล่นายผจญ ออกจากวิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา ภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมกับขอเข้ายื่นหนังสือกับนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงด้วย โดยมีนายมุรธาธีรย์ รักชาติเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ที่ติดภารกิจราชการอยู่กรุงเทพมหานคร
นายประมูล แตงกระโทก อายุ 27 ปี อาจารย์ประจำแผนกวิชาช่างยนต์ เปิดเผยว่า เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งในแผนกวิชาช่างยนต์มาเข้าโรงเรียนสาย แต่นายผจญก็ได้เรียกตนเองมาทำโทษ ด้วยการใช้หวายเฆี่ยนตีตัวเองต่อหน้าชั้น ที่มีนักศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก สร้างความอับอายให้กับตนอย่างมาก ทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไร ซึ่งตนเองก็ได้ไปแจ้งความกับตำรวจ ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อลงบันทึกประจำวันแล้ว และทำเรื่องถึงผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ ให้ทราบแล้ว แต่ผู้อำนวยการฯ ก็ได้บอกว่าจะดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ พร้อมกับขอให้เรื่องจบไปเท่านี้ เพราะกลัวจะเสื่อมเสียชื่อเสียงวิทยาลัยฯ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร จึงได้เดินทางมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้
ด้านนายกบ (นามสมมติ) นักศึกษาปีที่ 1 แผนกวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา เปิดเผยว่า นายผจญ มีพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่เหมาะสมกับความเป็นหัวหน้าแผนกฯ เช่น ชอบสูบบุหรี่เดินไปทั่ววิทยาลัย แม้จะมีป้ายเขียนบอกไว้แต่ก็ไม่สนใจ อีกทั้งยังชอบดื่มสุราเมา ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งเข้ามาให้ชั้นเรียน รวมทั้งชอบใช้ความรุนแรง ตบตีนักศึกษาอย่างป่าเถื่อน รวมทั้งไม่ยอมทำหน้าที่สอนหนังสือด้วย ดังนั้นจึงทำให้นักศึกษารู้สึกไม่พอใจ และพากันเรียกร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการขับไล่อาจารย์คนนี้ออกจากวิทยาลัยสารพัดช่าง ภายใน 24 ชั่วโมง
ต่อมาได้มีนายวินิช สมชาติ ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา เดินทางมาพบกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมกับพูดคุยกับนายมุรธาธีร์ รักชาติเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา โดยนายวานิช สมชาติ ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา เปิดเผยว่า ตนเองได้ทราบเรื่องนี้แล้ว และขณะนี้ได้มีคำสั่งให้นายผจญฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าแผนกวิชาช่างยนต์ไว้ก่อนชั่วคราว โดยให้รองผู้อำนวยการปฏิบัติหน้าที่แทน เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยฯ ส่วนการจะขับไล่ออกจากวิทยาลัยนั้น ไม่ใช่อำนาจของตนเอง ซึ่งจะได้เร่งทำการสอบสวนทางวินัยฯ ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ และส่งข้อสรุปมาให้นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา พิจารณาต่อไปชี้แจงข้อกล่าวหา ขอความเป็นธรรม
ด้านนายผจญ รุ่งเรือง อายุ 58 ปี หัวหน้าแผนกวิชาช่างยนต์ ฯ ได้ชี้แจงข้อกล่าวหากรณีใช้ไม้เรียวตีลงโทษ นายประมูล ครูจ้างสอน ว่า ในวันเกิดเหตุ ตนมีหน้าที่รับผิดชอบเป็นหัวหน้าฝ่ายปกครอง ได้ตรวจคัดกรองกลุ่มนักศึกษาที่เดินทางมาสาย ไม่ทันเข้าเรียนในวิชาแรก จำนวน 60 คน มีหลายระดับชั้นปีการศึกษา พบนักศึกษา ปวช.ชั้นปีที่ 1/2 แผนกวิชาช่างยนต์ จำนวน 7 คน มาสายพร้อมกัน จึงได้เชิญให้นายประมูล ครูที่ปรึกษาของนักศึกษากลุ่มนี้ ซึ่งมีสถานะเป็นครูพ่อ มารับทราบพฤติกรรมของนักศึกษาในความรับผิดชอบ พร้อมกับลงโทษ
ตนได้ให้นักศึกษาเลือกให้ลงโทษผู้ใด ระหว่างกลุ่มนักศึกษา หรือนายประมูล ครูที่ปรึกษา เมื่อตนไม่ได้คำตอบ จึงตัดสินใจใช้ไม้เรียวตีนายประมูลฯ 1 ที เพื่อเป็นบทเรียนปลูกจิตสำนึกมิให้นักศึกษาปฏิบัติตนผิดกฎระเบียบ วินัย ตามที่ได้เคยให้คำมั่นสัญญากับผู้ปกครอง เพราะการมาสายไม่ตรงต่อเวลา เป็นต้นเหตุของปัญหาหลายประการ ดังนั้นการลงโทษในวันนั้นจึงเป็นการกระทำที่มีเหตุ และผล ไม่ได้ใช้อารมณ์ หรือความรุนแรง เมื่อลงโทษเสร็จสิ้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ ไม่ได้มีปัญหาโกรธเคืองกันแต่อย่างใด
สำหรับข้อกล่าวหาความประพฤติสูบหรี่ในสถานศึกษา มีอาการมึนเมาสุรา เป็นข้อกล่าวหาทำให้เกิดความเสียหาย ตนขอยืนยันไม่กระทำการตามที่กล่าวอ้างอย่างแน่นอน สามารถตรวจสอบจากประวัติการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 จนถึงปัจจุบันรวมกว่า 38 ปี ไม่เคยปฏิบัติตนเสื่อมเสียต่อองค์ และวิชาชีพแต่อย่างใด ขณะนี้ตนกำลังรวบรวมคำชี้แจง และข้อโต้แย้งเพื่อขอความเป็นธรรม

