เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการแชร์ต่อภาพและข้อความ หน้าเพจแรงงานไทยภายใต้โครงการร่วมมือไทย-อิสราเอล (TIC) ๆไปยังเพจในพื้นที่ จ.อุดรธานี ว่า “ช่วยนำหนังสือเดินส่งให้แกที ใครรู้จักผู้ชายคนนี้ ร.บ.(โรงพยาบาล) อากิรอน และติดต่อญาติให้ด้วยครับ ตกจากบันไดห้องพัก กระดูกสันหลังหัก ช่วงล่างขยับไม่ได้อาการสาหัส แกมาได้สิบกว่าปีแล้ว นายจ้างไม่รับผิดชอบครับ” พร้อมภาพชายนอนป่วยบนเตียงในโรงพยาบาล พร้อมกระดาษที่เขียนชื่อว่า “สุรศักดิ์ อินทร์สาสะกุล 180 หมู่ 9 บ้านปะโค ต.ปะโค อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เมียชื่อ ขวัญใจ อินทร์สาสะกุล”
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านตามที่ระบุ พบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายสุรศักดิ์ฯ แต่บ้านหลังนี้ถูกไฟไหม้หมดทั้งหลังตั้งแต่ปี 55 ส่วนที่ดินประมาณ 50 ต.ร.ว. ถูกยึดเป็นของนายทุนแล้ว และพบนางพรรณิภา บุญมาตุ่น อายุ 48 ปี น้องสาวของนายสุรศักดิ์ฯ ส่วนนางขวัญใจ อินทร์สาสะกุล อายุ 56 ปี ภรรยาของนายสุรศักดิ์ฯ หลังจากบ้านถูกไฟไหม้ ได้ย้ายไปอยู่บ้านของน้องสาวที่ ต.ห้วยเกิ้ง อ.กุมภวาปี ห่างจากบ้านเดิม 3 กม.
นางพรรณิภา น้องสาวนายสุรศักดิ์ฯ เล่าว่า พี่ชายแต่งงานกับนางขวัญใจฯ มีบุตรด้วยกัน 2 คน ชายอายุ 33 ปี หญิงอายุ 31 ปี โดยพี่ชายไปขายแรงงานยังต่างประเทศ ทั้งไต้หวัน บรูไน สิงคโปร์ และสุดท้ายเดินทางไปทำงานเกษตรที่อิสราเอล เมื่อครบสัญญา 5 ปี พี่ชายไม่เดินทางกลับ ยังหลบหนีไปทำงานแบบไม่ถูกกฎหมาย ไม่เคยเดินทางกบลับบ้านมากกว่า 9 ปี เมื่อเช้าเพื่อนพี่ชายโทรมาบอก ว่าพี่ชายตกบันได ขณะปีนขึ้นไปทำงานตามคำสั่ง

“ พี่ชายบาดเจ็บขาขวา และกระดูกสันหลังหัก จากเอวลงมาไร้ความรู้สึก นายจ้างนำตัวส่งโรงพยาบาล พร้อมยึดหนังสือเดินทาง เงินสด เอกสารต่างๆไว้ คงไม่ต้องการรับผิดชอบที่ใช้แรงงานผิดกฎหมาย และสายๆวันนี้มีโทรศัพท์มาแจ้งเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในอิสราเอล แจ้งข่าวว่าพี่ชายต้องใช้เงินผ่าตัด 5 แสนบาท ก่อนจะนำตัวส่งกลับเมืองไทย จึงแจ้งเรื่องดังกล่าวให้นางขวัญใจ ภรรยาของพี่ชายทราบ ซึ่งญาติพี่น้องต่างเป็นกังวลใจ เพราะมีอาชีพรับจ้างไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น ”นางพรรณิภากล่าว
ต่อมานางขวัญใจฯ ภรรยานายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สามีเริ่มไปทำงานต่างประเทศปี 37 โดยวนเวียนไปหลายประเทศ เคยถูกลอยแพที่บรูไน เงินที่ส่งมาได้ใช้จ่ายในครอบครัวและสร้างบ้าน 2 ชั้น ไม้ครึ่งปูน 1 หลัง จนสุดท้ายไปทำงานอิสราเอลปี 47 กู้เงินนายทุนเดินทางไปทำงาน เมื่อไปถึงได้ส่งนำเงินผ่อนใช้จนหมดหนี้ แต่บ้านก็มาถูกไฟไหม้จนหมด ต้องย้ายไปอยุ่กับน้องสาว สามีก็ไม่ส่งเงินกลับมา จึงต้องไปกู้เงินมาใช้จ่าย 1 แสนบาท จนนายทุนมายึดที่ดินไป
“ เมื่อครบสัญญา 5 ปี สามีไม่ยอมกลับ บอกจะหาเงินมาสร้างบ้าน จึงหลบหนีไปรับจ้างแบบผิดกฎหมาย ถ้าได้นายจ้างดีก็จะจ่ายเงินทุกเดือน แต่ส่วนมากจะถูกนายจ้างเบี้ยว ทำให้ไม่มีเงินส่งกลับบ้าน เงินค่าแรงที่ได้รับก็ถูกคนงานขโมย บางครั้งถูกทำร้ายแล้วชิงเงินไปก็มี ซ้ำร้ายเกิดอุบัติเหตุเมื่อ 2 ปีก่อน นายจ้างให้ตัดต้นกระบองเพชร หนามได้กระเด็นเข้าตา ทำให้ตามองไม่เห็น 1 ข้าง แต่ก็ไม่กล้าไปหาหมอ เพราะเกรงว่าจะถูกจับส่งกลับบ้าน กระทั่งมาเกิดเหตุนี้ ”
ภรรยา และน้องสาว นายสุรศักดิ์ฯ บอกด้วยว่า เคยบอกให้นายสุรศักดิ์ฯกลับบ้าน หลังจากต้องทำงานไม่กลับบ้านเกือบ 10 ปี อายุมากแล้วและตายังบอกด 1 ข้าง แต่เจ้าตัวก็ยังดื้อไม่ยอมกลับ โดยให้เหตุผลว่าจะเก็บเงินกลับมาสร้างบ้าน ทุกคนเป็นห่วงนายสรศักดิ์ฯมาก อีกทั้งยังคิดไม่ออกว่าจะหาเงินที่ไหนส่งไปผ่าตัด จึงวอนผู้ใจบุญช่วยบริจาคเงินช่วยค่ารักษาด้วย

