หน้าแรก ภูมิภาค ตร.เร่งสืบหาส...

ตร.เร่งสืบหาสาเหตุ ‘เด็กหญิงวัย 4 ขวบ’ เสียชีวิตดื่มน้ำผสมสารพิษ

26.06.18 | 12:57 น.

ผู้สื่อข่าวจังหวัดมหาสารคาม รายงานว่า ความคืบหน้ากรณีมีการวางยาพิษในน้ำดื่ม หวังฆ่ายกครัว ที่บ้านหนองตูบ หมู่ 10 ต.หนองโก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม โดยผู้เคราะห์ร้ายมีทั้งสิ้น 4 คน หนึ่งในนั้นมีผู้เสียชีวิต คือ ด.ญ.สุภัสสรา ดาหอม หรือน้องกระเพรา อายุ 4 ปี ซึ่งน้องกระเพราเป็นคนที่ดื่มน้ำมากที่สุด ส่วนผู้เคราะห์ร้ายที่เหลือ ประกอบด้วย น.ส.นุชจรี ศรีสัง อายุ 32 ปี แม่น้องกระเพรา ด.ญ.กมลวรรณ พลจ่า หรือน้องยิ่ง อายุ 7 ปี และ ด.ญ.ธนวรรณ พลจ่า หรือน้องเรไร อายุ 3 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันกับน้องกระเพรา

โดย น.ส.นุชจรี แม่ของน้องกระเพรา ยังคงอ่อนเพลีย เนื่องจากการดื่มน้ำที่ผสมสารพิษเข้าไป แต่คุณแม่ได้ขออนุญาตคุณหมอขอออกจากโรงพยาบาลเพื่อมาจัดงานศพลูก และอยู่ดูลูกเป็นครั้งสุดท้าย

โดยคุณแม่ได้พาผู้สื่อข่าวไปยังบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านงานศพประมาณ 200 เมตร เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคามลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมสอบถามข้อมูลจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ และแม่ของน้องกระเพราได้เหลือบไปเห็นรองเท้าแตะของน้องกระเพราก็หยิบขึ้นมาแนบไปกับอก และจูบที่รองเท้า สร้างความเวทนาให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ซึ่งคุณแม่บอกว่าลูกสาวชอบรองเท้าคู่นี้มาก น้าเป็นคนซื้อให้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าลูกได้จากไปแล้ว เหมือนว่าลูกยังอยู่ และยังทำใจไม่ได้ ไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตน

ขณะที่นายวุฒิชาติ พลจ่า อายุ 40 ปี พ่อของ ด.ญ.กมลวรรณ และ ด.ญ.ธนวรรณ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุตนเองได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.บรบือแล้ว ซึ่งปกติแล้วตนเองจะไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนลูกสาวทั้ง 2 คนจะอยู่กับแม่ และตายาย ซึ่งแถวละแวกหมู่บ้านจะมีแต่เหตุการณ์เด็กจมน้ำเสียชีวิต ตนก็ได้กำชับภรรยาว่าให้ดูลูกดีๆ อย่าให้ลูกไปใกล้น้ำ แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ปกติก็ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ซึ่งในวันเกิดเหตุช่วงเช้า ภรรยาตนเองเป็นคนล้างกระติกน้ำใบนั้น จากนั้นก็เทน้ำจากถังน้ำใส่ลงไป แล้วก็ดื่มน้ำในกระติก ก่อนที่จะออกไปทำงาน

โดยดื่มตอนช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น คาดว่าคนร้ายผสมยาพิษไว้ช่วงที่ไม่มีคนอยู่บ้าน จนเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตดังกล่าว สำหรับอาการของลูกสาวทั้ง 2 คน คือ ด.ญ.ธนวรรณ หรือน้องเรไร อายุ 3 ปี อาการดีขึ้นมาก สามารถวิ่งเล่น พูดคุย และทานอาหารได้แล้ว หมอจะให้ออกจากโรงพยาบาลในอีก 1-2 วันข้างหน้า ส่วน ด.ญ.กมลวรรณ หรือน้องยิ่ง อายุ 7 ปี อาการยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากได้รับปริมาณสารพิษมากกว่าน้อง ตอนนี้น้องรู้สึกตัว แต่ยังพูดไม่ได้มาก และคาดว่าจะต้องอยู่โรงพยาบาลอีกนานเป็นเดือน โดยหมอบอกให้ทำใจว่าลูกสาวอาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะสารพิษไปทำลายสมอง เต็มร้อยอาจจะเหลือแค่แปดสิบเปอร์เซ็นต์

Advertisement

ด้าน นพ.ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ทั้ง 4 คน มีอาการของการได้รับสารพิษ กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต ซึ่งเป็นสารพิษกลุ่มยากำจัดศัตรูพืช มีอาการรูม่านตาขยาย ชีพจรเต้นเร็ว มีสารคัดหลั่งมาก ทั้งเหงื่อ น้ำมูก น้ำลาย รวมทั้งในปอด ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับยาแก้พิษ ทั้ง 3 คนมีอาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนจนอาการพ้นวิกฤต ยกเว้นแต่น้องกระเพรา อายุ 4 ขวบ ซึ่งมีอาการหัวใจหยุดเต้น ตั้งแต่ก่อนมาถึงโรงพยาบาล จนทำให้เสียชีวิต

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ ด.ญ.สุภัสสรา ดาหอม อายุ 4 ปี เสียชีวิต เกิดจากได้รับสารพิษกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต ทำลายระบบอวัยวะภายในหลายระบบ เป็นเหตุให้ปอดและหัวใจหยุดทำงาน

ซึ่งในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบก็พบว่าในกระติกน้ำที่ผู้ประสบเหตุดื่มนั้นมีกลิ่นของยาฆ่าแมลง และมีตะกอนนอนก้น สีขาวขุ่น ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มยาฆ่าแมลงจะมีกลิ่นเฉพาะ กลิ่นจะฉุนแบบหอมเอียน ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าสารพิษตัวดังกล่าวเป็นสารพิษที่สงสัยหรือไม่ หรือปนเปื้อนมาจากไหน แต่จากการตรวจสอบด้วยตาเปล่าก็พบความผิดปกติของน้ำที่มีลักษณะขุ่นและมีกลิ่น โดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวอย่างทั้งน้ำ และส้มตำป่าไปตรวจสอบที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข คาดว่าจะทราบผลในช่วงสัปดาห์หน้า