เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี แม่สาย พร้อมโค้ช อายุ 25 ปี รวม 13 คน ซึ่งหายเข้าไปในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุดทาง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจญาติผู้สูญหาย พร้อมรับฟังสถานการณ์การช่วยเหลือล่าสุดจากชุดปฏิบัติงาน ก่อนเข้าไปดูบริเวณถ้ำหลวง ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุเพื่อประเมินสถานการณ์การช่วยเหลือและดูระบบสื่อสารและไฟฟ้าในการตรวจค้นภายในถ้ำ
พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ปัญหาอุปรรคของการค้นหาในตอนนี้คือน้ำในถ้ำเพิ่มปริมาณขึ้นตลอดเวลา และเป็นดินโคลน ทำให้เกิดปัญหาสองอย่าง คือการเดินลำบากมาก และปัญหาของแท็งก์ระบบหายใจทำงานได้สั้น ซึ่งทางหน่วยซีลต้องการลดระดับน้ำไม่ถึงเพดานของถ้ำให้พอมีพื้นที่ได้หายใจ เนื่องจากการดำในน้ำโคลนนานๆ นั้นทำไม่ได้ ล่าสุด ได้นำอุปกรณ์ถังออกซิเจนที่เป็นแบบระบบปิดไม่มีฟองอากาศ ทำให้อยู่ได้ประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งหากได้เครื่องนี้มาก็คงจะดำเนินการค้นหาต่อได้ ส่วนหน่วยงานที่เหลือก็จะต้องทำทุกวิถีทางที่จะนำน้ำในถ้ำออกให้ได้ โดยจะมีการเดินไฟและปั๊มน้ำไปติดตั้งดูดน้ำออกมาในช่วงบ่ายนี้
“เราต้องทำให้ได้ในการช่วยเหลือเด็กๆ ออกมา ซึ่งช่วงนี้ฝนยังไม่ตกมาก น้ำที่เติมจึงมีจำกัด ดังนั้นเราต้องทำแบบไม่มีหยุด ไม่มีกลางคืน ทำตลอด โดยแบ่งกำลังกันทำให้ต่อเนื่อง รวมทั้งชุดซีลด้วย เจ้าหน้าที่เดินสายไฟและติดตั้งปั๊มน้ำก็ต้องเร่งทำ โดยนำอุปกรณ์และสายไฟทั้งจากการไฟฟ้าและเอกชนมาเดินให้ทั่วบริเวณ แต่คงไม่มีการเสริมกำลังเพิ่มเนื่องด้วยความจำกัดของพื้นที่ที่ใช้คนมากไม่ได้ โดยกำชับให้ทำงานแข่งกับเวลา ต้องลุยให้เต็มที่” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า ตอนนี้ทางซีลเข้าไปถึงบริเวณห้องโถงชั้นกลาง แต่ไม่สามารถเดินหน้าไปต่อ เพราะปริมาณน้ำมากและเป็นโคลน มองไม่เห็นสิ่งใด ลำพังใช้ถังออกซิเจนค้นหาก็ทำได้ในระยะไม่ไกล ได้เพียงระยะหนึ่งก็ต้องกลับ แม้ทางซีลจะพยายามมาร์กจุดที่ไปสำรวจแล้ว แต่น้ำก็พัดหายไป การค้นหาไม่ง่ายเลย แต่ได้บอกกับทางญาติไปแล้วว่าตั้งใจจะเข้าถึงผู้สูญหายในวันนี้ให้ได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในช่วงฝนเบาบางจะสูบน้ำออกเพื่อให้ชุดซีลเข้าทำงานได้ โดยเชื่อมั่นว่าเด็กยังปลอดภัย และจะต้องกลับไปที่บริเวณโถงที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปค้นหา


ด้านนาวาเอกอนันต์ สุราวรรณ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 ทหารเรือ กล่าวว่า จากการวางแผนกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จ.ชร.แล้วมีเป้าหมายคือเข้าไปถึงจุดที่คาดว่าเด็กๆ จะอยู่ ด้วยการสูบน้ำออกมาจากโพรง เพื่อให้น้ำลดลงและหน่วยซีลสามารถเข้าไปปฏิบัติการได้ เพราะหากน้ำลดก็จะสามารถเข้าไปถึงจุดเนินสูงที่คาดว่าจะมีคนอยู่ได้ แต่ช่วงคืนที่ผ่านมามีน้ำท่วมโพรง ทำให้เข้าถึงยาก อย่างไรก็ตาม จากพื้นที่น้ำท่วมในโพรงไปจนถึงเนินดังกล่าวจะใช้ระยะทางอีกประมาณ 500 เมตร โดยการเข้าถึงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักคือน้ำ หากน้ำลดลงก็จะสามารถเดินทางจากปากโพรงตรงสามแยกภายในถ้ำไปยังจุดเป้าหมาย ด้วยระยะเวลาประมาณ 2 ชม. ซึ่งปฏิบัติการวันนี้จะให้หน่วยเข้าไปให้ได้ไกลมากที่สุด และไปให้ถึงเนินดังกล่าว โดยปรับแผนใหม่ด้วยการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการโดยไม่ส่งหน่วยเข้าไปสับเปลี่ยนอีก โดยจัดชุดดำน้ำเข้าไปจำนวน 8 นาย มุ่งหน้าตรงไปโดยไม่ต้องสับเปลี่ยน ส่วนกำลังที่เหลือจะคอยให้การสนับสนุนต่อไป
ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและกรมทรัพยากรฯนำสายไฟและเครื่องปั๊มน้ำระบบไฟฟ้าติดตั้งบริเวณถ้ำเพื่อทำการสูบน้ำออกแล้ว แต่อาจต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง ขณะที่ญาติของผู้สูญหายหลายคนซึ่งเข้ามารอติดตามการค้นหาเริ่มอ่อนล้า เนื่องจากไม่ยอมกินข้าวและไม่ยอมหลับนอน เพราะเป็นห่วงบุตรหลาน จนทำให้เป็นลม หมดเรี่ยวแรง ต้องเข้ารับการปฐมพยาบาลจากเจ้าหน้าที่จำนวนหลายคน



