เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.สาธิต ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 (มทบ.33) และนายถาวร พรหมมีชัย เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะเลขานุการรัฐมนตรี และผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 15 และคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาบ้านพักข้าราชการตุลาการ ของ จ.เชียงใหม่ เพื่อหารือการแก้ไขปัญหากรณีการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการ (อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่) โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ นักวิชาการ และเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ร่วมหารือนานกว่า 3 ชม. โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนได้เข้าร่วมรับฟังการรายงานของคณะอนุกรรมการในส่วนสิ่งปลูกสร้างและฟื้นฟูเพื่อให้กลับเป็นป่าสมบูรณ์แต่อย่างใด
นายถาวรเปิดเผยภายหลังการหารือ ว่า คณะกรรมการส่วนกลางมอบหมายให้มารับฟังข้อมูลและความคิดเห็นของที่ประชุมระดับจังหวัด ทั้งอนุกรรมการทั้งสองชุดและกรรมการจังหวัด โดยความเห็นส่วนตัว เห็นว่าบรรยากาศของที่ประชุมมีการร่วมมือและช่วยกันคิดและทำเพื่อประโยชน์ต่อประชาชน สาธารณะ และชาติบ้านเมืองเป็นหลักเป็นสำคัญ ซึ่งเท่าที่ฟังก็มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งคณะอนุกรรมการทั้งสองชุดจะเสนอประเด็นทางวิชาการและที่ภาคประชาชนเสนอมา แต่ยังไม่มีการคุยกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป หากมีการประชุมกันแล้วจึงจะเสนอต่อคณะกรรมการส่วนกลางเพื่อพิจารณาว่ากรรมการส่วนกลางจะว่าอย่างไร
นายถาวรกล่าวว่า รัฐบาลมีความจริงใจ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นกลไกในการทำงานเพื่อประเมิน และต้องทำด้วยความรอบคอบด้วยเงื่อนเวลาเพียงวันที่ 6 พฤษภาคม มาถึงเดือนมิถุนายน จะเห็นว่ากระบวนการมีความคืบหน้าพอควร แต่จะใช้เวลานานแค่ไหนก็ต้องดูห้วงเวลาของทางวิชาการ เราต้องมีหลักอ้างอิงและมีเหตุและผล ส่วนการที่ภาคประชาชนจะชุมนุมใหม่ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ก็ต้องดูพื้นที่ว่าอย่างไร แต่ในการประชุมครั้งนี้มีความประทับใจที่พบคนดี ดังนั้นคนดีๆ ที่รักสิ่งแวดล้อม รักธรรมชาติ เขาก็จะทำแต่เรื่องดีและมีเมตตา
นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่าย ได้พยายามบอกเลขานุการถึงความรู้สึกของชาวเชียงใหม่ว่าเป็นเช่นไร และอยากให้ปัญหานี้จบไวๆ เพราะเรื่องนี้กระทบความรู้สึกของชาวเชียงใหม่จริงๆ เราจึงทำหนังสือเชิญให้ท่านมาดูพื้นที่และสภาพปัญหาจริงๆ ของป่าแหว่ง ท่านจะได้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าไม่ควรเกิดสิ่งเหล่านี้บนดอยสุเทพ ซึ่งท่านมารับฟังปัญหา และแนวโน้มที่ท่านจะไปรายงานและบอกเล่าคณะกรรมการใหญ่จะเป็นสิ่งที่ดี เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้ว เราเชื่อว่าบ้านป่าแหว่งจะต้องโดนรื้อตามที่ประชาชนต้องการ
“สำหรับการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ จะไม่มีอะไรรุนแรงมากมาย แต่จะไม่ช้าแบบการชุมนุมครั้งที่แล้ว หากจะเป็นเชิงต่อสู้ มีพิธีสาปแช่ง แต่ขอปิดไว้ก่อนว่าจะเป็นแบบไหน ขอให้ติดตามดูวันนั้นแล้วกัน” นายธีระศักดิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำหนดการลงพื้นที่ของนายถาวรและคณะมีด้วยกัน 3 วันคือ ระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน แต่เมื่อถามว่าจะเข้าพื้นที่เพื่อดูสภาพพื้นที่จริงในส่วนของโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการเมื่อไร นายถาวรปฏิเสธที่จะตอบคำถาม


