วันที่ 27 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีชาวบ้านใกล้เคียงวัดสระเกศ ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นำโดยนายอรุณ ยืนนาน ไวยาวัจกร วัดสระเกศ และชาวบ้านในชุมชนบ้านสระเกศ กว่า 100 คน เดินทางมาเรียกร้องการก่อสร้างกำแพงภายในวัด ปิดเส้นทางสัญจรที่ชาวบ้าน นักเรียนโรงเรียนวัดสระเกศ ใช้สัญจรผ่านไปร่วม 100 ปีแล้ว หลังจากที่รักษาการแทนเจ้าอาวาส วัดสระเกศ ให้ผู้รับเหมาทำการก่อสร้างกำแพงเพื่อเเบ่งวัดเป็นสองส่วน โดยขณะนี้การก่อสร้างกำแพงวัด ผู้รับเหมาได้ทำการขุดหลุมเทฐานคอนกรีตเพื่อเทเสาเป็นแนวยาว
พ.อ.เฉลิมชัย เลี้ยงสกุล รองหัวหน้าชุดป้องกันรักษาความสงบเรียบร้อย ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 4 พื้นที่เกาะสมุย ลงพื้นที่พร้อมด้วย ตำรวจ สภ.เกาะสมุย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย และกำลังทหาร เพื่อมารับฟังปัญหาจากชาวบ้านพร้อมประสานไปยังพระครูสิริทีปคุณากร เจ้าคณะอำเภอ รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พร้อมนำตัวแทนชาวบ้านไปพูดคุยเพื่อหาข้อยุติเรื่องดังกล่าว แต่การพูดคุยยังไม่เป็นผลทางเจ้าหน้าที่จะได้นัดเจรจาอีกครั้งในวันที่ 2 กรกฎาคม 2561
นายอรุณ ยืนนาน ไวยาวัจกรวัดสระเกศ กล่าวว่า การตัดสินใจของรักษาการเจ้าอาวาส ที่ทำรั้วกำแพงแบ่งวัดเป็น2ส่วน และปิดเส้นทางสัญจรของชาวบ้านโดยที่ไม่ทราบเหตุผลและทราบล่วงหน้ามาก่อน ซึ่งถ้าสร้างเสร็จแล้วก็จะส่งกระทบต่อประชาชนและเด็กนักเรียนวัดสระเกศจำนวนมากที่จะใช้เส้นทางดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านได้ทำหนังสือคัดค้านการก่อสร้างแต่กลับไม่ฟัง พร้อมทำการเบิกเงินกองกลางของวัดไปใช้โดยไม่ได้รับการชี้แจง
ส่วนวัดอีกแห่ง ชาวบ้านกว่า 100 คน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่วัดทะเล ม.2ต.แม่น้ำ ซึ่งเป็นวัดร้างและเป็นที่ธรณีสงฆ์แบะอยู่ในความดูแลของวัดภูเขาทอง ต.แม่น้ำ โดยมีพระครูกิตติธรรมสุนทร เป็นเจ้าอาวาส ต่างไม่พอใจที่ทางวัดนำที่ดินดังกล่าวไปให้นายทุนเช่าเพื่อสร้างโรงแรม และทางวัดได้แจ้งให้ทางชาวบ้านออกจากพื้นที่ภายในระยะเวลา 30 วัน ทำให้ชาวบ้านต่างได้รับความเดือดร้อนและไม่พอใจการกระทำดังกล่าว และจะไม่ขอย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าว

