เมื่อเวลา 21.30น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ตำรวจตระเวน
เจ้าหน้าที่ค้นหาประสบความสำเร็จ จนท.ได้ทำการสูบน้ำด้วยเครื่องสูบ 8 เครื่องเต็มพิกัดซึ่งสามารถสูบน้ำจากในถ้ำออกมาจากทางปากถ้ำได้สำเร็จ หลังใช้ความพยายามถึง 5 วันนับจากวันเกิดเหตุเด็ก 13 คนติดภายในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้หลวง-ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญทราบว่าการติดตั้งอุปกรณ์ดูดน้ำจากถ้ำ โดยภายในถ้ำมีเครื่องขนาดเล็ก 20 ตัว ซึ่งดูดน้ำจากทางลอดก่อนถึงโถงพัทยาบิช เพื่อมายังจุดลอดโถงที่ 2 แล้วใช้เครื่องแรงดันสูงสูบน้ำระยะอีก 8 เครื่องนำออกมานอกถ้ำ จะสามารถระบายน้ำได้ถึง 20 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที ขณะที่การคำนวนน้ำไหลเข้าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที หากไม่มีฝนตกมาซ้ำหรือมีอุปสรรคอื่น ก็อาจทำให้น้ำในถ้ำพร่องได้ภายใน 2 ชั่วครอง อาจเพียงพอที่ทำให้ชุดซีลเข้าไปสำรวจค้นหาในโพลงหรือโถงถัดไปได้ ซึ่งนั่นคือหาดพัทยา หรือพัทยาบีช ที่คาดว่าเด็กทั้ง 13คนพักอยู่
ขณะที่ พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะร่วมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จ.ชร.ได้แถลง ถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือเด็กทั้ง 13 คนว่าการปฏิบัติขณะนี้มีทั้งด้านบนและด้านล่างโดยหลังจาก พล.อ.ประวิทย์ วงศ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้สั่งการให้ส่งเครื่องสูบน้ำใหญ่มาก็ได้เร่งสูบน้ำอย่างต่อเนื่องแล้ว และหน่วยชีลก็จะได้เจ้าปฏิบัติการได้ง่ายขึ้นต่อไปส่วนพื้นที่ด้านบนทางชุดลอดตามค้นหาและหน่วยรบพิเศษได้จัดชุดออกค้นหาหลายจุดบนภูเขา ปัจจุบันกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องว่าพบตัวเด็กทั้ง 13 คนแล้วนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนหวังจะให้เกิดขึ้นและทุกคนก็อยู่ร่วมกันที่ศูนย์ฯ คงเห็นสถานการณ์แล้วเหมือนกัน โดยยืนยันว่ายังไม่พบ
พล.ต.ฉลองชัย กล่าวถึงกรณีหน่วยชีลนั้นปัจบันยังไปไม่ถึงจุดพัทยาบีทแต่เมื่อมีการสูบน้ำเต็มกำลังก็ได้พยายามอย่างเต็มที่อยู่ และทำทุกวิถีทาง รวมทั้งจะมีผู้ชำนาญการดำน้ำและเดินถ้ำจากประเทศสหรัฐอเมริกากำลังเดิรทางมาช่วยเหลือโดยจะไปถึงในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ส่วนด้านการเจาะอุโมงค์ลงไปหาถ้ำโดยตรงทางกรมทรัพยากรธรณีกำลังดูอยู่ ส่วนเรื่องปล่องที่พบว่าสรุปแล้วมีอยู่ด้วยกันจำนวน 3 ปล่อง แต่ไม่ได้หมายถึงว่าทุกปล่องจะตรงจุดทุกจุดแต่ทุกปล่องสามารถลงไปได้แต่ไม่ราบเรียบเหมือนปล่องโรงสีทั่วไปจึงกำลังดำเนินอยู่อย่างเต็มที่ต่อไป


